Data Loading...
งานวิจัย ม.6.55..T2 Flipbook PDF
งานวิจัย ม.6.55..T2
286 Views
16 Downloads
FLIP PDF 403.44KB
1
บทที่ 1 บทนํา 1. ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา ภาษาอังกฤษมีบทบาทในฐานะเป็นภาษาสากล การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตาม หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นการพัฒนาทั้ง 4 ทักษะ คือ ทักษะการฟง ทักษะการพูด ทักษะการอ่าน และทักษะการเขียน ซึ่งทักษะทั้ง 4 ทักษะที่กล่าวมานั้น ทักษะการพูดเป็นทักษะ ที่ สำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นทักษะที่แสดงให้เห็นวา ผูพูดมีความรู้ในภาษาอย่างชัดเจน และ เนื่องจาก ทักษะการพูดเป็นการถ่ายทอดความคิด ความเข้าใจ และความรูสึกในการใช้ภาษาเพื่อ การสื่อสาร ในชี วตประจำวั น การที่ ผู้เรี ยนใช้ ภาษาได้ ไมดี เพราะผู้ เรี ยนไม่ ได้ อยู่ ในสภาพแวดล้อมที่ มี การใช้ ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ขาดความคล้องแคล่วในโครงสร้างทางภาษาและสำนวนต่างๆ และขาด ความเข้าใจในสภาพความเป็นจริงทางวัฒนธรรมของเจาของภาษา (Shumin 1998:8) การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบนั ในการฝึกทักษะการพูดยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ ควร เด็กไทยยังไม่สามารถนาภาษาอังกฤษไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ (กรมวิชาการ.2542:1) และ สถานการณ์การสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในชนบท มีโอกาสที่ได้ใช้ภาษาองกฤษ ในการ พู ด น้ อ ยมาก น ัก เรี ย นจริ ง ไม่ เ ห็ น ความจ าเป็ น ของการเรี ย นภาษาอั ง กฤษและประโยชน์ ข อง ภาษาอั ง กฤษ (สุพั ตรา อัง วัฒนกุล .2537:14) นั กเรี ยนโรงเร ียนสยเมยวิ ทยาคม มีผลสัม ฤทธ์ ทางการ เรียนวิชาภาษาอังกฤษ ยังไม่เป็นที่น่าพอใจคือร้อยละ 58.70 และนักเรียนส่วนใหญ่ ไม่กล้าพูด ภาษาอังกฤษ จากสภาพปั ญ หาดัง กล่า ว ผูว ิจัยเห็น ความจ าเป็นในการพั ฒนาความสามารถ ในการพู ด ภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสารของนักเรียน ซึ่งจากการศึกษาเอกสารงานวิจัย และเอกสารเกี่ยวกับ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ พบวา กิจกรรมภาษาเพื่อการสื่อสารเป็นสื่อประเภท วิชาการที่จะช่วยใหนักเรยนไดฝกทกษะภาษาอยางหลากหลาย และเปนการสรางบรรยากาศ การ เรยนรูอนจะสงผลใหนักเรียนที่มีทศนคติที่ดีตอการเรียนภาษาอังกฤษ นอกจากนี้กิจกรรมทางภาษา จะ ช่วยทาใหนักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย และสามารถนาไปใช้ในชีวตประจาวันได้ เป็น อย่างดี ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวของ จอห์นสันและมอร์โรว์ (Johnson and Morrow. 1987:64) ที่ว่า การใหผู้เรียนฝึกปฏิบัติกิจกรรมทางภาษาเพื่อการสื่อสารเท่านั้นที่จะทำให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารได้ ผูวิจัยจึงสนใจที่จะทำกิจกรรมทางภาษา มาพัฒนาความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษ เพื่ อ การสื่ อสารของนั ก เรีย นชั้ นมั ธยมศึก ษาปที่ 6 โรงเรียนสบเมยวิ ทยาคม เนื่ องจากจัง หวั ด แม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดหนึ่ง ที่มีชาวต่างชาติมาทองเที่ยวเป็นประจา ทาให้นักเรียนสามารถนาไป ประยุกต์ใช้ในสถานการณที่เกิดขึน้ จริงในชีวิตประจำวันต่อไป
2 2. วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อพัฒนาความสามารถการพูดภาษาเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 3. สมมติฐานการวิจัย การพัฒนาความสามารถทางด้านการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน โดยใช้กิจกรรมภาษา เพื่อการสื่อสาร หลังเรียนสูงขึน้ กว่าก่อนเรียน 4. ขอบเขตของการวิจัย 1. ประชากร ประชากรที่ ใช้ในการศึกษาครั้ งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 โรงเรียนสบเมย วิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จานวน 10 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบเจาะจง 2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนสบเมยวิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จานวน 10 คน 3. ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรตน ได้แก่ การสอนโดยใช้กิจกรรมทางภาษา ตัวแปรตาม ได้แก่ ความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษ 5. ระยะเวลาในการทดลอง 5 สัปดาห์ ทดลองสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง รวมทั้งหมด 10 ชั่วโมง 6. นิยามศัพท์เฉพาะ 1. ความสามารถในการพูดภาษาอัง กฤษเพื่อการสื่อสาร หมายถึง ความสามารถของ นักเรียนในการพูดภาษาอังกฤษตามสถานการณที่กำหนดให้อย่างถูกต้อง คล่องแคลว มั่นใจ ออกเสียง อย่างชัดเจน เลื่อกใชคาศัพท์และไวยากรณ์ไดถูกต้องเหมาะสม ซึ่ง สามารถประเมินได้ จากการพูด โดยใช้แบบทดสอบ 2. กิ จกรรมทางภาษา หมายถึ ง กิจ กรรมการพู ดภาษาอั ง กฤษในหองเรียนที่ ทาให้ นัก เรีย นจำเป็น ต้อ งใช้ภ าษาอัง กฤษโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับภาษาที่เ รีย นและได้ฝึกไปแล้ว เพื่อ สื่อ ความหมาย หน้าที่ของภาษาในสถานการณตางๆ ได้อย่างเหมาะสม กิจกรรมที่จัดขึ้นมีทั้ง กิจกรรม เดี่ยว และกิจกรรมคู่ กลุ่มใหญ่ ซึ่งทาใหนักเรียนไดมีการเคลื่อนไหว และยังช่วยกระตุ้นใหนักเรียนได้ ใช้ภาษาอังกฤษด้วยความเพลิดเพลิน 7. ประโยชนที่คาดว่าจะไดรับ 1. นักเรียนมีความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสือ่ สารอย่างคล่องแคลว 2. ได้แนวทางในการใช้จัดกิจกรรมภาษาเพื่อการพัฒนาความสามารถในการพูด ภาษาเพือ่ การสื่อสาร 3. นักเรียนมีความสนุกสนานในการเรียนภาษาอังกฤษ
3
บทที่ 2 เอกสารงานที่เกี่ยวข้อง การวิจัยครั้งนี้ ผูวิจัยไดศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของเพื่อเป็นแนวทางในการวิจัย และได้นาเสนอตามลำดับหัวข้อดังต่อไปนี้ 1. เอกสารเกี่ยวกับการพูดเพื่อการสื่อสาร 1.1 กิจกรรมเพื่อการสือ่ สาร 1.2 หลักการจัดกิจกรรมเพื่อการสื่อสาร 1.3 การสอนทักษะการพูดเพื่อการสื่อสาร 1.4 แนวทางการจัดกิจกรรมการสอนพูดเพื่อการสื่อสาร 1.5 การวัดและประเมินผลด้านการพูด 1. เอกสารเกี่ยวกับการพูดเพื่อการสื่อสาร 1.1 กิจกรรมเพื่อการสื่อสาร กิจ กรรมภาษาเพื่ อ การสื่ อสารนั บ ว่า เป็น ส่ วนสำคญที่ส ุด ในการสอนภาษาเพื่ อการ สื่อสาร จอนหสัน และ มอร์โร (Johnson and Morrow. 1986 : 64 ) กล่าววา การใหนัก เรียนฝก ปฏิบัติกิจกรรมภาษาเพื่ อการสื่อสารเท่านั้น จึงจะทำให้นักเรียนสามารถสื่อสาร หมายถึง กิจกรรม ที่ นักเรียนมีจดุ ประสงค์และความต้องการที่จะสื่อสารซึ่งเกิดจากนักเรียนเอง โดยแสดงออก ทางเนื้อหา (Content) มากกว่ารูปแบบ (Form) และสามารถเลือกใช้ภาษาแต่ละแบบไดถูกต้อง ลิทเทลวูด (Littlewood. 1983 : 16 – 17) กล่าวว่า กิจกรรมภาษาเพื่อ การสื่อสาร หมายถึง กิจกรรมที่นักเรียนได้ใช้ความรู้เกี่ยวกับภาษาที่เรียนและฝึกเพื่อสื่อความหมาย อย่างใด อย่างหนึ่งตามวัตถุประสงคที่กาหนดไว้ แกรน (Grant. 1988 : 14) กล่าววา กิจกรรมเพื่อการสื่ อสาร หมายถึง กิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียนที่ช่วยใหนักเรียนสามารถนาความรูทไี่ ดฝึกไปแล้ว ไปใช้ในชีวิตจริงได้ ดังนั้น กิจกรรมภาษาเพื่อการสื่อสารเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียน ที่นักเรียน ตอง การที่จะสื่อสาร ขณะทีใ่ ช้ภาษาอยูน่ ั้นนักเรียนมุ่งความสนใจที่ความหมายมากกว่ารูปแบบ ของภาษา จึงทำให้การสื่อสารเปนไปตามวัตถุประสงคที่กาหนดไว้ และทาให้นักเรียนสามารถ เรียนรู้ อย่างมี ความหมาย และสามารถนาไปใช้ในสถานการณจริง
4 1.2 หลักการจัดกิจกรรมเพื่อการสื่อสาร ในปัจจุบันการเรียนการสอนภาษาอั งกฤษเน้นใหนักเรียนสามารถสื่อสารได้ สุมิตรา อังวัฒนกุล (2535 : 121) กล่าวไว้วา องค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งของการสอนภาษาเพื่อการ สื่อสาร คือ กิจกรรมในชั้นเรียนที่ใหนักเรียนไดมีโอกาสฝึกใช้ภาษาได้อย่างมีความหมาย ดัง นั้นผู้สอน จึงจำเป็นต้องจัดกิจกรรมเพื่อการสื่อสารขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวถึงหลักการจัด กิจกรรมเพื่อการ สื่อสารไวดังนี้ ฮาร์เมอร์ (Harmer. 1986 : 44 – 45) กล่าววา หลักในการจัดกิจกรรมเพื่อการ สื่อสารจะต้องมีลักษณะสำคัญ 6 ประการ ดังนี้ 1. ทาใหนักเรียนมีความต้องการที่จะสื่อสารคือตองเกี่ยวข้องกับตัวนักเรียน 2. มีวัตถุประสงคในการสื่อสาร 3. เน้นเนื้อหามากกว่ารูปแบบ ขณะที่นักเรียนกำลังปฏิบัติกิจกรรมความสนใจจะต้องอยู่ ที่สารหรือสี่งที่จะสื่อ ไม่ใช่อยูที่วาจะพูดว่าอยางไร 4. มีความหลากหลายของภาษา กิจกรรมนั้นตองเปิดโอกาสใหนักเรียนได้ใช้ภาษาหลาย รูปแบบ 5. ไมมีการแทรกแซงจากครูในขณะที่นกั เรียนกำลังปฏิบัติกิจกรรม ผู้สอนไม่ควรแก้ไข ภาษาทุกครั้งถึงแมว่านักเรียนจะใช้ภาษาหรือออกเสียงผิดพลาดบ้างก็ตาม 6. ไม่ใชสื่อที่ควบคุมการใช้ภาษา สื่อที่ใช้ในกิจกรรมเพื่อการสื่อสารจะตองไม่เป็นสื่อที่ บังคับ หรือควบคุมใหนักเรียนใช้ภาษาแบบใดแบบหนึ่งโดยเฉพาะ สรุปหลักการจัดกิจกรรมเพื่อการสื่อสาร การจัดกิจกรรมถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญในกระบวน การ เรียนการสอน กิจกรรมที่จัดตองเป็นกิจกรรมที่ นักเรี ยนมีความต้องการ การสื่ อสารโดยมุง เนื้อหา (Content) มากกว่ารูปแบบ (Form) นักเรียนสามารถสื่อสารด้วยวิธีการที่หลากหลาย นักเรียนไดฝึก ใช้ภาษาตามสถานการณ์จริงและเป็นปัจจัยที่ทาใหนักเรียนเกิดทักษะในการสื่อสาร 1.3 การสอนทักษะการพูดเพื่อการสื่อสาร การพูดเป็นองค์ประกอบสาคัญมากในการเรียนภาษา เนื่องจากการพูดทาให้ทราบว่า ผู พูดใช้ภาษาไดถูกต้อง เหมาะสมกับสถานการณนั้น ๆ หรือไม่ การสอนทักษะการพูดในปัจจุบัน จึง มุ่งเน้นให้นักเรียนใชทักษะการพูดเพื่อการสื่อสารได้อย่างเหมาะสมในสถานการณ์จริง 1.3.1 ความหมายของการพูดเพื่อการสื่อสาร มีผู้ให้ความหมายของการพูดเพื่อการสื่อสารไวดังต่อไปนี้ สุมิต รา อั ง วั ฒนกุ ล (2540 : 167) อธิ บายวา การพู ด เป็ นการถา ยทอด ความคิดความเข้าใจ และความรูสึกใหผู้ฟงไดรับรู้และเข้าใจจุดมุ่งหมายของผูพูด ดังนั้นทักษะ การพูดจึงเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับบุคคลในการสื่อสารในชีวตประจำวัน สำหรับการเรียนภาษา
5 ชัย ยา เปรมภั ก ดิ์ (2543 : 18) อธิ บ ายว่ า การพู ด เป็ น การ ถ่ายทอด ความรู สึก นึกคิด ข่าวสาร โดยใชถ้อยคา น้าเสียง หรือกิริยาอาการ โดยต้ องมี ความรู้เกี่ยวกับ เสียง คาศัพท์ ไวยากรณ์และวั ฒนธรรม ผูพูดจะต้องใช้กลวิธีในการพูดที่ทาให สื่อสารได้อย่างมี ประสิทธิภาพ สรุปไดวา การพูดเป็นการใชถ้อยคาหรือกิริยาอาการ เพื่อถ่ายทอดความรู สึก ความคิด ความเข้าใจและข่าวสารระหว่างบุคคล 2 คนขึ้นไป เพื่ อให้การสื่อสารในชีวตประจำวันบรรลุ วัตถุประสงคที่ตั้งไว้โดยเฉพาะในการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ ทักษะการพูดนับได้วา เป็น ทักษะท ี่สำคัญ และจ าเป็น มาก การพู ดที่ มีป ระสิท ธิภ าพนั้น ผ ูพู ดจะต้ องสามารถใชน้ าเสีย ง ถ้อยคา ความรู้ เกีย่ วกับคาศัพท์ ไวยากรณ์และวัฒนธรรมได้อย่างถูกต้อง 1.3.2 แนวคิดในการสอนการพูดเพื่อการสื่อสาร ทั ก ษะการพู ด เป็ น ทั ก ษะสำคญที่ นั ก เรี ย นจำเป็ น ต้ อ งใชในชี ว ต ประจำวัน ดังนั้น ผู้สอนจึงต้องจัดกิจกรรมในการเรียนการสอน อันเป็นการฝึกให้นักเรียนได้ใช้ ภาษาส ื่อ ความหมายได้ อ ย่ า งถู ก ต้ อ งและเหมาะสมกั บ สถานการณ์ เพื่ อ การสื่ อ สารที่ มี ประสิทธิภาพ มีผูรู้ได้ ให้แนวคิดเกี่ยวกับการสอนการพูดเพื่อการสือ่ สารไวดังต่อไปนี้ ไบเกท (ชุลีพร เพียรช่าง. 2543 : 20 -21; อ้างอิงจาก Bygate. 1991 :5 – 6) ได้ ให้แงคิดเกี่ยวกับการสอนการพูดไว้ 2 ประการ คือ ประการแรก สอนทั ก ษะที่ ช่ว ยให้ เ กิด ความเข้ า ใจ ได้ แ ก่ การสอน ทักษะต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับความเข้าใจ เชน การจา การพูดออกเสียงที่ถูกต้องเหมือนกับเจ้าของ ภาษา การผัน กิริ ยาที่เหมาะกับกาลเวลา (Tense) การพูดประโยคใหถูกต้องตามหลักการใช้ ภาษาและ ไวยากรณ์เพื่อสื่อความหมายที่ผูพูดต้องการ ประการที่สอง เพิ่มทักษะการปฏิสัมพันธ์ คือ การสอนโดยใช้ สถาน การณที่คล้ายกับเหตุการณ์จริง เพื่อใหนักเรียนไดมีโอกาสพูดแสดงความรู สึกของตนว่าใน สถาน การณที่เผชิญอยูนั้นควรพูดอะไร พูดอยางไร จึงจะตรงกับจุดประสงคที่ตนเองต้องการจะ สื่อสาร สอนใหนักเรียนไดรับการฝึกให้เชื่อมโยงคาและวลีเข้ากับความหมาย โดยใช้ของจริงหรือ การ กระทาเป็นสื่อเสนอความหมาย ใชภาษาที่ตองการเรียนเป็นสื่อในการสอน ลิ น ท์ (Lynch. 1996 : 121) ครู ค วรสอนใหนั ก เรี ย นมี ก ารพู ด มี ปฏิสัมพันธ์ ที่มีบทบาทในการพูดของนักเรียน เพื่อใหผู้เรียนไดมีโอกาสใช้ความคิดริ่เริ่มได้อย่างมี ขอบเขตที่ กว้างขึ้น สิ่งสำคัญคือเด็กไดมีโอกาสแสดงความคิดเห็นจากการที่ได้ฝึกกลวิธีตาง ๆ ที่นักเรียน จาเป็นต้องใช้ในการแกปัญหาในการสื่อสารในชีวิตจริง สรุปไดวา แนวคิดในการสอนทักษะการพูดนั้น ควรสอนใหนักเรียนไดรับความรู้และ ทักษะต่าง ๆ ที่ถูกต้องใช้ในการสื่อสารก่อนแล้วจึงจัดกิจกรรมที่ให้นักเรียนไดมีปฏิสัมพันธ์ทาง ภาษาในสถานการณตาง ๆ ที่คล้ายกับความเป็นจริง เพื่อกระตุ้นใหนักเรียนไดฝึกฝน ไดมี ประสบการณ์ในการคิดวิเคราะห์แกปัญหาจากการสื่อสารในชีวิตจริง มีความสามารถในการพูด สื่อสารได้ในสถานการณ์จริง 1.4 แนวทางการจัดกิจกรรมการสอนทักษะการพูดเพื่อการสื่อสาร ในการจ ัด กิ จ กรรมการสอนทั ก ษะการพู ด เพื่ อ การสื่ อ สารนั้ น นั ก เรี ย นจะต้ อ งส ื่อ ความหมายใหผูอื่นเข้าใจว่าตนมีวัตถุประสงค์จะพูดอะไร กับใคร ที่ไหนและอยางไร ผู้สอนต้อง ส่งเสริม ใหนักเรียนได้แสดงออกทางภาษาโดยใช้สถานการณตาง ๆ โดยคำนึงถึงความสามารถใน การสื่อความหมายให้ผูฟงเข้าใจได้อย่างถูกต้อง มิใชยึดความถูกต้องตามหลักไวยากรณ์อย่างเดียว
6 สรุป การจัดกิจกรรมการสอนทักษะการพูดเพื่อการสื่อสาร ผู้สอนต้องจัดบรรยากาศการ เรียนการสอนให้เอือ้ ต่อการเรียนรู้ เน้นกระบวนการสอนมากกว่ารูปแบบของการสอน สอนจาก สิ่งที่งายไปสูสิ่งที่ยาก ให้นักเรียนได้เรียนรูจากการฝึกปฏิบัติ จัดกิจกรรมและใช้สื่อการสอนที่ หลากหลาย และใหกำลังใจโดยการชมเชย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นกั เรียนมีความมัน่ ใจและเกิด เจตคติที่ดีตอการเรียน 1.5 การวัดและประเมินผลทักษะการพูดภาษาอังกฤษ การวัดและประเมินผลการพูดภาษาอังกฤษ เป็นการตรวจสอบความรู้ ความสามารถ ของนักเรียน สามารถทาได้หลายวิธีและสามารถดาเนินการไดทั้งก่อนเรียน ระหวางเรียนและหลัง เรียน ทัง้ นี้ควรให้สอดคล้องกับเนื้อหาสาระทีเ่ รียนด้วย มีนักวิชาการ หลายท่านได้เสนอไว้ ดังนี้ ความสามารถด้านการพูด แฮริส (ศศิลักษณ์ เกตจริง. 2543; อ้างอิงจาก Harris. 1988 : 81 – 82) กล่าววา ความสามารถด้านการพูด หมายถึง ความสามารถในการนาองค์ประกอบ 5 ประการมา 1. การออกเสียง (Pronunciation) 2. ไวยากรณ์ (Grammar) 3. คาศัพท์ (Vocabulary) 4. ความคล่องแคลว (Fluency) 5. ความเข้าใจ (Comprehension) เกณฑวัดความสามารถด้านการพูด การวัดผลและประเมินผลด้านภาษา ไดกาหนดเกณฑ์ในการทดสอบความสามารถด้าน การพูดไวหลายแบบ ดังนี้ 1. J.L.D Clark เป็นระบบการให้คะแนนวัดความสามารถด้านการพูด การ ออกเสียง (Pronunciation) 1. พูดยังไม่ได้และโตตอบยังไม่ได้ 2. ออกเสียงผิด ๆ และพูดเข้าใจยาก 3. ออกเสียงผิดเป็นบางครั้งคราว 4. ออกเสียงถูกต้องพูดได้ คาศัพท์ (Vocabulary) 1. ใชคาศัพทผิดและโต้ตอบไม่ได้ 2. ใชคาศัพทผิดบ่อย ๆ แต่ใช้ศัพท์ในสถานการณ์ได้ 3. สื่อความหมายได้เป็นส่วนใหญ่ ใชคาศัพท์ได้เหมาะสม 4. ใชคาศัพท์ได้เหมาะสมในทุกสถานการณ์
7 ไวยากรณ์ (Grammar) 1. ใช้โครงสร้างไวยากรณผิด ไม่สามารถสื่อสารได้ 2. ใช้ไวยากรณ์เบือ้ งต้นผิด วลีถูกต้องบ้าง 3. ใช้โครงสร้างทางไวยากรณ์ไดถูกต้องแต่มีขอ้ ผิดพลาดเล็กน้อย 4. ไมมีข้อผิดพลาด ทั้งในการใชคาศัพท์หรือโครงสร้าง ความคล่องแคลว (Fluency) 1. พูดแล้วหยุดนาน พูดไม่จบประโยคหรือโต้ตอบไม่ได้ 2. พูด ๆ แล้วพูดต่อไม่ได้ พยายามพูดต่อไปโดยเริ่มต้นใหม่ 3. สนทนาเป็นธรรมชาติและต่อเนื่องบางครั้งยังติดตะกุกตะกัก 4. บทสนทนาเป็นธรรมชาติ หยุดบางเช่นเดียวกับเจ้าของภาษา
8
บทที่ 3 วิธีดําเนินการวิจัย การศึ ก ษาคร ั้ง นี้ เป็ น การศึ ก ษาเรื่ อ งการพั ฒ นาความสามารถด้ า นการพู ด ของนั ก เรี ย นชั้ น มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสบเมยวิทยาคม โดยใชกิจกรรมภาษาเพื่อการสื่อสาร ผูวิจัยได้ดาเนิน การศึกษาค้นคว้าตามหัวข้อต่อไปนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. ระยะเวลาในการศึกษาค้นคว้า 3. เครื่องมือทใช้ในการวิจัย 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การวิเคราะหข้อมูล กลุ่มประชากร ประชากรเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนสบเมยวิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2562 จานวน 10 คน กลุ่มตัวอย่าง ประชากรเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนสบเมยวิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2562 จานวน 10 คน ระยะเวลาในการศกษาคนควา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 ใช้เวลาทดลอง 5 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง รวม ทั้งสิ้น 10 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แผนการสอน จำนวน 5 แ ผ น 1 0 ชั่ ว โ ม ง 2. แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน ขัน้ ตอนการสร้างเครื่องมือ 1. แผนการจัดการเรียนรู้ โดยใชกิจกรรมทางภาษาเพื่อการสื่อสารมีทั้งหมด 5 แผน ขัน้ ตอน การสร้างดังนี้ 1.1 ศึกษาจุดมุ่งหมายและขอบข่าย สาระการเรียนรู้ ตัวชี้วัด หลักสูตรกลุ่มสาระ การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ คูมือการจัดกิจกรรมการเรียน ศึกษารายละเอียดของเนื้อหาในสาระของหลักสูตร และมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับกิจกรรม ทางภาษา
9 1.2 สร้างแผนการสอน จำนวน 5 แผน 1.3 ตรวจสอบความเที่ ย งตรงตามเนื้ อ หาที่ ก าหนด โดยใหผู้ เ ชี่ ย วชาญด้ า น ภาษาอังกฤษ และพิจารณาปรับปรุงแก้ไข 2. แบบทดสอบวั ด ความสามารถด้ า นการพู ด ภาษาอั ง กฤษ การสร้ า งแบบทดสอบวั ด ความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษ มีขนั้ ตอนดังนี้ 2.1 ศึกษาหลักสูต รการศึ กษาขั้นพื้นฐาน พุทธศั กราช 2551 สาระวิชาภาษาต่ า ง ประเทศ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 2.2 ศึกษาระเบียบการประเมินผลจากเอกสารที่เกีย่ วกับการจัดและการประเมิน 2.3 สร้างแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน แบ่งออกเป็น 2 ตอนดังนี้ ตอนที่ 1 ผู้สอบถามใหผู้เรียนตอบ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว จานวน 10 ขอ ตอนท 2 เป็นการสอนโดยครูกาหนดสถานการณ์ ให้นักเรียนเลือกพูด สนทนากับตอบคาถามหรือบรรยายภาพ นาแบบทดสอบใหผู้เชี่ยวชาญตรวจ เกณฑ์ประเมินความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษ ศึกษาเกณฑ์การวัดความ สามารถด้านการพูด ภาษาอังกฤษ ด้านการพูดของฮีตัน (Heatan . 1990:68-71) FSI (Foreign Service Institute.1979) โดย แบ่งเป็น 5 ระดับดังนี้ ระดับ 5 พูดสนทนาได้คล่องมีความมัน่ ใจออกเสียงถูกต้องชัดเจน ระดับ 4 พูดสนทนาได้คล่องมีความมัน่ ใจออกเสียงค่อนข้างชัดเจน มีผิดบางเล็กน้อย ระดับ 3 พูดสนทนาไดค่อนข้างคล่องมีความมั่นใจ ออกเสียงไมชัดเจนเป็นบางครั้ง ระดับ 2 พูดสนทนาไดบ้างเล็กน้อย ไม่ค่อยมัน่ ใจ ออกเสียงผิดค่อนข้างมาก ระดับ 1 พูดสนทนาเกือบไม่ได้ ไมมั่นใจ ออกเสียงส่วนมากไมถูกต้อง พูดแล้วหยุดนาน 3. แบบสังเกตพฤติกรรมด้านการพูดของนักเรียน การสร้างแบบสังเกตพฤติกรรมด้านการพูดมี ขัน้ ตอนดังนี้ 3.1 ศึกษาสารเกี่ยวกับการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน 3.2 สร้างแบบสังเกตพฤติกรรมด้านการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนมีลักษณะเป็นมาตราส่วน ประเมินคา 5 ระดับ ( Rating Scale) ตามแบบของไลเคิรท ( Likert’s Scale) ซึ่งมีรายการพฤติกรรม จานวน 7 ขอ โดยผู้วิจัยปรั บปรุงใหมีความเหมาะสมกับผู้เรียนเพื่อใช้หลัง การสอนแต่ ละแผนการจัดการ เรียนรู้
10 การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. ทดสอบความสามารถด้ านการพู ดภาษาอั งกฤษ ของนักเรี ยนก่อนการทดลองจากนั้น สอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมทางภาษาเพื่อการสื่อสาร 2. ผูวิจัยสังเกตพฤติกรรมการพูดของนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมด้านการพูด ภาษาอังกฤษ หลังจากการเรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้แต่ละแผน 3. ทดสอบความสามารถด้ านการพูดของนักเรียนหลัง ทดลอง โดยใช้แบบทดสอบวัด ความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษชุดเดียวกับก่อนการทดลอง การวิเคราะหข้อมูล เปรียบเทียบความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนก่อนและหลังการ ทดลองจาก แบบทดสอบความสามารถ โดยใช้สตู ร -X = ∑X N เมื่อ - X แทน คะแนนเฉลี่ย X แทน ผลรวมเฉลี่ยทั้งหมด N แทน จานวนข้อมูล
11
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลของการวิเคราะห์ในครั้งนี้ เป็นการศึกษาการใชกิจกรรมของ ภาษาเพื่อการสื่อสาร เพื่อพัฒนาความสามารถทางการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนสบเมยวิทยาคมวิทยาคม จานวน 10 คน ใช้เวลาทดลอง 5 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง รวม 10 ชั่วโมง ผูวิจัยข้อเสนอผลการทดลองและผลการวิเคราะหข้อมูลตามลำดับดังนี้ 1. ผลการเปรียบเทียบคะแนนความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของ นักเรียน 2. การสังเกตพฤติกรรมด้านการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนระหว่างเรียนโดยใช้กิจกรรม ภาษาเพื่อการสื่อสาร ผลการวิเคราะหนาเสนอดังนี้ ตารางที่ 1
แสดงการเปรียบเทียบคะแนนความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการ สื่อสาร ของนักเรียนก่อนและหลังการทดลอง โดยใชกิจกรรมทางภาษาเพื่อการสื่อสาร
ลําดับที่ คะแนนตอนที่ 1 ผลต่าง ก่อน(10) หลัง(10) 1. 3 9 6 2. 2 9 7 3. 4 8 4 4. 5 10 5 5. 5 9 4 6. 3 10 7 7. 4 7 3 8. 3 6 3 9. 5 10 5 10. 5 10 5 รวม 39 88 49 ค่าเฉลี่ย 3.9 8.8 4.9
คะแนนตอนที่ 2 ผลต่าง ก่อน(5) หลัง(5) 2 3 1 2 4 2 2 5 3 2 3 1 1 3 2 1 3 2 1 5 4 1 3 2 3 5 2 2 5 3 17 39 22 1.7 3.9 2.2
รวมคะแนนทั้ง 2 ตอน
ก่อน(15) หลัง(15) 5 12 4 13 6 13 7 13 6 12 4 13 5 12 4 9 8 15 7 15 56 127 5.6 12.7
ผลต่าง 7 9 7 6 6 9 7 5 7 8 71 7.1
12
จากตารางที่ 1 พบว่าแบบทดสอบตอนที่ 1 ซึ่งเกี่ยวกับการถามตอบข้อมูลส่วนตัวประกอบด้วย คาถามที่นั ก เรี ยนไดรับ การฝึ กฝนระหว่ า งการทดลองจ านวน 10 ขอ คะแนนเต็ม 10 คะแนน พบวา ความสามารถด้ านการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังการทดลองเพิ่มขึ้น โดยมีคะแนนเฉลี่ยก่อนทดลอง เปน 3.9 และ 8.8 หรือคิดเป็นร้อยละ 39 และ 88 ตามลำดับ โดย มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเปน 4.9 หรือคิด เป็นร้อยละ 49 เมื่อพิจารณาเป็นรายบุคคล พบวา นักเรียน ทุกคนมีความสามารถทางการพูดภาษาอังกฤษ เพิ่มขึ้น ตอนที่ 2 แบบทดสอบเกี่ ยวกั บการสนทนาเป็ นคู่ ตามเงื่ อนไขของสถานการณตาง ๆ ที่ กาหนดไว้ โดยใหนักเรียนเลือกคูก่อนแล้วจึงจับสลากเลือกสถานการณ์ คะแนนเต็ม 5 คะแนน ปรากฏวา คะแนนเฉลี่ยความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษนักเรียนหลังการทดลองเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลทั้ง 2 ตอน สามารถสรุปไดวา การใชกิจกรรมทางภาษาเพื่ อการสื่อสารสามารถ ช่วย พัฒนาความสามารถทางการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนไดดีขึ้น
13
บทที่ 5 การสรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจ ัยครั้ง นี้เ ป็น การศึ กษาการใชกิ จกรรมทางภาษาเพื่ อการสื่อ สาร เพื่ อพั ฒนาความ สามารถทางการพูดภาษาอั งกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนสบเมยวิ ทยาคม ผูวิจัย สรุปผลการวิจัยตามลำดับ ดังนี้ 1. วัตถประสงค์ของการวิจัย เพื่อพัฒนาความสามารถทางการพู ดภาษาอัง กฤษ เพื่ อการสื่อสารของนั กเรียนชั้นมัธยม ศึกษาชัน้ ปที่ 6 โรงเรียนสบเมยวิทยาคม โดยใช้กิจกรรมทางภาษาเพื่อการสื่อสาร 2. สมมติฐานการวิจัย การพัฒนาความสามารถทางด้ านการพูดภาษาอั งกฤษของนักเรียน ภาษาเพื่อการสื่อสาร หลังเรียนสูงขึน้ กว่าก่อนเรียน
โดยใช้กิจกรรม
3. วิธีดาเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนสบเมยวิทยาคม เลือกตัวอย่างนั ก เ รี ย น จำนวนนักเรียน 10 คน โดยการสุมแบบเจาะจง ระยะเวลาในการศึกษาค้นคว้า ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 ใช้เวลาทดลอง 5 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง รวม 10 ชั่วโมง 4. เครื่องมือที่ใช้ในการดาเนินการทดลอง 1. แผนการจัดการเรียนรู้ 2. แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษ 3. แบบสังเกตพฤติกรรมด้านการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน 5. การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการทาการวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยได้เก็บข้อมูลตามขั้นตอน ดังนี้ 1. ทดสอบความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนก่อนการทดลอง (pre-test) โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง 2. นาแผนการจัดการเรียนรูซึ่งไดรับการตรวจสอบคุณภาพแลว ให้กบั กลุ่มตัวอย่างเปน เวลา 5 สัปดาห์
14 3. ทดสอบความสามารถด้ านการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน หลังการทดลอง (post test) ใช้เวลา 2 ชั่วโมง โดยใช้แบบทดสอบชุดเดียวกับการสอบก่อนการทดลอง 6. การวิเคราะหข้อมูล การวิเคราะหข้อมูลมีวิธกี ารดำเนินการ ดังนี้ เปรียบเทียบความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน ก่อนและหลังการทดลอง โดยนาผลคะแนนที่ได้จากแบบทดสอบ วัดความสามารถมาหาคาเป็นร้อยละ 7. สรุปผลการวิจัย การพัฒนาความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร โดยใชกิจกรรมทางภาษา เพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนสบเมยวิทยาคม สรุปผลไดดังนี้ ผลการประเมินความสามารถในการพูดภาษาเพื่อการสื่อสารของนักเรียน จากแบบทดสอบ ก่อนและหลั งการทดลองแตกต่ าง แสดงว่านักเรียน มีพัฒนาการด้านการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการ สื่อสาร หลังจากการเรียนภาษาอังกฤษโดยใชกิจกรรม ทางภาษาเพื่อการสื่อสาร 8. การอภิปรายผล จุดมุ่งหมายของการวิจัยในครั้งนี้ เพื่อศึกษาความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการ สื่อสาร โดยใชกิจกรรมทางภาษาเพื่อการสื่อสาร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 โรงเรียนสบเมย วิทยาคม ซึ่งทดลองรวม 5 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง รวม 10 ชั่วโมง ปรากฏว่าผลการ ทดลอง เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของการทดลอง คือ การใช้กิจกรรมทางภาษาเพื่อการสื่อสารสามารถพัฒนา ความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนใหสูงขึ้น ผลข้างต้นอาจมาจากองค์ประกอบหลาย ประการ โดยมีประเด็นสาคัญที่จะนามาอภิปราย ดังนี้ 1. กิจกรรมทางภาษาที่ใช้ทดลอง ส่งผลใหนักเรียนมีความสามารถ ในการพูดภาษา อังกฤษเพิ่มขึน้ เนื่องจากเหตุผลต่อไปนี้ 1.1 นักเรียนไดรับการฝึกสนทนาเป็นภาษาอังกฤษในสถานการณ์เหมือนจริง เนื่อง จาก รูปแบบกิ จกรรมทางภาษาต่ าง ๆ ผูวิจัยไดกาหนดสถานการณ์ เลียนแบบสถานการณที่ใช้จริ ง ใน ชีวิตประจำวัน เชน การแนะนาตนเอง การถามทิศทาง เป็นตน เป็นการฝึกใหนักเรียน คนเคยและมี ความสามารถใช้ภาษาในการสื่อสาร อย่างมีความหมายในสถานการณ์จริง ทาให้นกั เรียนมีความมั่นใจ ในการพูดวา จะพูดอะไรและใช้ภาษาอย่างไรในสถานการณ์นั้น ๆ ซึ่ง สอดคล้องกับแนวคิดของ วิลกินส์ (Wilkins. 1972 : 170) ที่กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการสอนภาษา เพื่ อการสื่อความหมาย คือ การใหนักเรียนไดมีโอกาสฝึกใช้ภาษาที่เรียน โดยมุ่งใหนักเรียน สามารถสื่อสารได้ในสถานการณที่ เป็นจริง 1.2 กิจกรรมทางภาษาเพื่ อการสื่อสารที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้ มีรูปแบบที่ส่งเสริ มให้ นักเรียนไดฝึกการใช้ภาษาหลายรูปแบบและไดรับประสบการณ์ ในการเข้ารวมปฏิบัติกิจกรรมที่ หลากหลาย แต่ละกิจกรรมมีการใช้สถานการณที่แตกต่างกันตามโครงสร้างทางภาษาประกอบด้วย กิจกรรมคู่ (Pair Work) เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูล การสัมภาษณ์ กิจกรรมกลุม เชน การแสดง บทบาทสมมติ นักเรียนต้องทางานรวมกัน ทาให้นักเรียนยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ทาใหมี ประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับผูอื่น ในการปฏิบัติกิจกรรมนอกจากนักเรียนจะสื่อสาร ด้วยการพูด แล้วนักเรียนยังสื่อสารด้วยวิธีการอื่น ๆ เชน การใชสีหนา ท่าทาง ซึ่งตรงกับความคิดของ พอลตัน (Panlston. 1978 : 55 – 56) ที่กล่าววา การพูดเพ้อการสื่อสาร มิได้เป็นเพียงการ แสดงออกทางการพูดแต่อย่างเดียว แตยังรวมถึงพฤติกรรมที่ไม่ใชคำพูดด้วย ซึ่งเป็นองค์ประกอบ ที่ สำคัญของการสื่อสาร
15 1.3 กิ จกรรมทางภาษาเหมาะสมกั บระดั บความรู้ ความสามารถของนั กเรีย นและ สอดคล้องกับหลักสูตร ในการเลือกกิจกรรมทางภาษานี้ ผูวิจัยเลือกโดยคำนึงถึง ความเหมาะสม กั บ เนื้อหาในหลักสูตร ระดับอายุ ความสนใจ และท้าทายความสามารถของผู้เรียนโครงสร้างภาษา ที่ใช้ ในการทดลอง สอดคล้องกับเนื้อหาทางภาษา ที่กาหนดตามบทเรียนปกติ ซึ่งสอดคล้องกับ จากเหตุ ผลข้างตน กล่าวได้ว า กิจกรรมมีบทบาทอย่างมากต่อกระบวนการเรียนการสอน เนื่อ งจากทำให้นักเรียนมีโ อกาสแสดงออกทางภาษา และสามารถนำความรู้ที่มีอยู่มาใช้ อย่างมี ความหมาย จุดมุ่งหมายของการจัดกิจกรรม มุ่งใหนักเรียนสามารถสื่อสารได้ นักเรียนจึงไดฝึก ปฏิบัติ กิจกรรมตามสถานการณ์ เพื่อสร้างความจาเป็นและความต้องการที่จะสื่อสาร วัย และ ความสนใจ ของนักเรียนทาให้เกิดความท้าทาย และกระตุ้นใหนักเรียนต้องการปฏิบัติกิจกรรม ส่งผลใหนักเรียน พัฒนาการเรียนรู้ นอกจากนี้กิจกรรมทางภาษายังช่วยให้เกิดความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีในห องเรียนอีกด้วย 9. ข้อเสนอแนะ 9.1 ข้อเสนอแนะทั่วไป 9.1.1 การสอนภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรมทางภาษา เพื่อการสื่อสารระยะแรกนักเรียน อาจ ยังไมคุ้นเคย ครูควรให้โอกาส นักเรียนในการปรับตัว และเสริมแรงให้นักเรี ยนมีความกล้าที่ จะใช้ ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร 9.1.2 ในการปฏิบั ติกิจกรรม ครู ควรอธิบายให้นั กเรีย นเข้า ใจวิธีก ารอย่ างชัด เจน เพื่อให้ นักเรียนสามารถปฏิบัติกิจกรรมไดอย่างมีประสิทธิภาพ 9.1.3 ในการเรียนการสอน ครูควรใช้ภาษาอังกฤษในหองเรียนเพื่อสร้างความคุ้นเคยใน การฟง และพูดภาษาอังกฤษ ทาให้นักเรียนกล้าที่จะพูดเป็นภาษาอังกฤษ และมีความคล่องแคลว ในการใช้ภาษาโต้ตอบกับครูและเพื่อนในชั้นเรียนมากขึน้ 9.1.4 สื่อและอุปกรณทีใ่ ช้ในการสอน ควรมีการจัดการเตรียม ตามลำดับการใช้ก่อน หลัง ให ชัดเจน เพื่อความสะดวกในการใช้และควรฝึกใช้ให้คล่องก่อนดาเนินการสอน 9.1.5 ควรมีการทำวิจัยอย่างต่อเนื่องในสถานศึกษา เนื่องจากเป็นการนาข้อค้นพบจากงาน วิจัยแต่ละครั้งไปเป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อปรับปรุงและพัฒนางานการเรียนการสอนต่อไป
23
16
บรรณานุกรม ชัยยา เปรมภักดิ์. (2534). การเปรียบเทียบความสามารถและเจตคิตในด้านการฟง-พูด ภาษาอิังกฤษิของนักเริียนิั้ชนมัธยมศิกษาปทิี่ิ 5ิไดรับการสอนตามทฤษฎิีการสอนแบบ อรรถฐานและิการสอนตามคูมือ.ิิปริญญานพนธ์ กศ.ม. (การมัธยมศึกษา) กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร. สุมิตรา อังวัฒนกุล. (2535). วิธิีสอนภาษาอิังกฤษในภาษาต่างประเทศ.ิกริงเทพฯิ: สำนักพิมพ์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. Harmer, J. (1982, April) “What is Communicative?,” English Language Teaching Journal. 166-167. Wilins, D. A.(1972). Grammatical Situational. London : Oxford University Press. Wesley Publishing Company.
17
ภาคผนวก
18
รายชื่อนักเรียนที่เข้าร่วมงานวิจัย 1. นางสาวเบญจมาศ กลั้นกลืน 2. นางสาวสุภัชชา พรพนาสกุลทอง 3. นางสาวเอ็นดู จันทะเมธี 4. นางสาวสุวิมล ถาวรนวหิรัญกุล 5. นางสาวแพรนวล ดาษดาวัลย์ 6. นางสาวพนิดา ดอกไม้ช่อวิไล 7. นางสาวพัชรี เวียงวิชา 8. นางสาวฤดี กิ่งธาราแก้ว 9. นางสาวดกานดาพร อนันต์หงสา 10. นางสาวศรีพร เพชรประกายไพร
ชั้น ชั้น ชั้น ชั้น ชั้น ชั้น ชั้น ชั้น ชั้น ชั้น
ม.6 / 1 ม.6 / 1 ม.6 / 1 ม.6 / 1 ม.6 / 2 ม.6 / 2 ม.6 / 2 ม.6 / 3 ม.6 / 3 ม.6 / 3