Data Loading...
ทักษะการเล่ นฟุตซอล
จัดทาโดย นาย ฮาวัน ดือบิงมะ รหัส 030 คณะศึกษาศาสตร์ สาขาพลศึกษาสาหรับเดกกพิเษศ
1.การเข้าสกัดคู่ต่อสู ้
ให้ฝึกด้วยการหาเพื่อนมาหนึ่งคนแล้วให้เพื่อนเลี้ยงบอลผ่านเราไปให้ได้ ส่ วนตัวเราก็ให้พยายามยืน ประคอง โดยรักษาระยะห่างไม่ให้ใกล้หรื อไกลเกินไป จากนั้นคอยสังเกตหาจังหวะช่วงที่เพื่อนนั้นเลี้ยงบอล ห่างออกจากเท้าให้กะจังหวะแล้วรี บเอาขาตัดบอลออกทันที หรื อจะใช้ขากันพันแข้งพันขาเพื่อนไว้ให้หลุด ออกจากบอล นอกจากนี้ยงั ต้องคอยสังเกตทิศทางที่เพื่อนจะเลี้ยงบอลหลบด้วยเพราะในจังหวะนี้คือช่วงที่ บอลจะห่างจากตัวมากที่สุดเพราะต้องเตะบอลหนีเราที่กาลังดักสกัดอยู
2.การเดาะลูกฟุตซอล
การเดาะลูกบอลเป็ นการบังคับลูกบอลโดยใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่ างกาย คือ หลังเท้า เข่า หน้า ขา ศีรษะ ข้างเท้าด้านนอก ข้างเท้าด้านใน หน้าอกและไหล่
3.การหลอกคู่ต่อสู ้
การสับขาหลอกเป็ นเทคนิคการเลี้ยงบอลหลบที่ใช้กนั อย่างแพร่ หลายมาก นักเตะหลายคนก็นิยมท่านี้ มาก วิธีการทานัน่ คือเมื่อเลี้ยงบอลเข้าจู่โจมฝ่ ายตรงข้ามแล้ว ทาให้การสับขาหลอกด้วยการ ก้าวข้ามบอลเป็ น วงกลมสลับไปสลับมา โดยใช้ขาทั้ง 2 ข้าง หรื อจะใช้ขา้ งเดียวก็ได้ เพื่อหลอกให้ฝ่ายตรงข้ามเสี ยจังหวะ ก่อนที่จะกระชากบอลไปในทิศทางที่เหมาะสมเพื่อหลบคู่ต่อสู ้
4.การส่ งลูกด้วยข้างเท้าด้านใน
การเตะลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านใน
หรื อการเตะลูกแป คือ เท้าที่เตะลูกบอลจะเหยียดและ
แบะออก เป็ นการใช้เท้าส่ วนที่กว้างที่สุดในการเตะหรื อสัมผัสลูกบอล ซึ่ งจะทาให้การเตะลูกบอลมีความแม่นยา เร็ ว แรง และมีประสิ ทธิภาพ ในการแข่งขันฟุตวอลแต่ละครั้ง ลูกบอลจะมีการเคลื่อนที่ประมาณ 60-80% และ จะมาจากการหยุดหรื อเตะด้วยข้างเท้าด้านใน การที่จะทาให้เกิดความชานาญและมีประสิ ทธิภาพสู งสุ ด จึงต้องมีการฝี กหัดอย่างสม่าเสมอ
5.การส่ งลูกออกข้าง
เมื่อลุกบอลทั้งลูกได้เกิดผ่านออกเส้นประตูไปทั้งบนพื้นดินหรื อบนอากาศ โดยผูเ้ ล่นที่เป็ นฝ่ ายรับ ได้สัมผัสโดนลูกบอลเป็ นคนสุ ดท้ายก่อนที่ลูกจะพุง่ ออกนอกสนามผ่านเส้นประตูไป และไม่ใช่การทาประตู ตามเงื่อนไขของกติกาข้อที่ 10
6.การพักอก
การพักบอลด้วยหน้าอกคุณจะต้องเข้าไปสู่ ตาแหน่งที่บอลจะตกลง (สู่ หน้าอก) แต่เนิ่ นๆให้บอลตก ลงสู่ ดา้ นกว้างของหน้าอกเอนไปข้างหลังเล็กน้อยเพื่อที่เราจะสามารถนาบอลลงสู่ พ้นื (ภายในระยะก้าวขา) ได้ ทาให้เราสามารถที่จะเล่นบอลได้ในจังหวะต่อไป
7.การจิ้มลูกฟุตซอล
การจิม้ บอลด้วยปลายเท้า หรื อการยิงด้วยลูกปั่ นไซด์ โดยในเกมการแข่งขันฟุตบอลแต่ละเกมนั้นเรา ไม่มีทางรู ้ได้เลยว่าลูกบอลจะพุง่ มาหาเราในลักษณะไหน
ดังนั้นการฝึ กซ้อมจึงเป็ นในลักษณะของการส่ ง
บอลไปมาแต่จะเพิ่มความแรงและฝึ กความแม่นยาให้มากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อสามารถฝึ กการส่ งบอลได้อย่าง
แม่นยาก็จะสามารถควบคุมทิศทางบอลในการยิงประตูได้ดีข้ ึน ทาให้สามารถยิงในระยะ 25 – 30 หลาได้ อย่างแม่นยา การฝึ กโดยเริ่ มแรกให้เริ่ มจากการวางเท้าที่ลูกบอลที่จะยิงตามลักษณะของการยิง เริ่ มจากนาลูก ฟุตบอลไปวางตามจุดต่างๆ ที่กาหนดเอาไว้ในบริ เวณกรอบเขตโทษ นากรวยสองใบวางบนเส้นประตูห่าง จากเสาข้างละหนึ่งเมตร ทั้งสองเสา หลังจากนั้นก็ฝึกซ้อมด้วยการยิงเข้าประตูระหว่างช่องของกรวยและเสา ประตู พร้อมทั้งสลับยิงทั้งสองเสาซ้ายขวา หลังจากนั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนระยะเรื่ อยๆ โดยควรฝึ กทั้งลูกหลังเท้า ด้านข้างเท้าทั้งด้านในแลด้านนอก การจิ้มบอล เมื่อฝึ กบ่อยๆ ประจาจนแม่นยาแล้วเวลาที่อยูใ่ นเกมแข่งขัน จริ งๆ กล้ามเนื้อก็จะจดจาการยิงที่ฝึกเอาไว้ได้ ทาให้สามารถยิงประตูได้อย่างต่อเนื่ อง
8.การโยนลูก (ของผูร้ ักษาประตู)
การรับลูกในลักษณะนี้ ผูเ้ ล่นตาแหน่งผูร้ ักษาประตูจะพบ กรณี การรับลูกโด่งมาจากการเตะมุม การรับ ลูกที่มีลกั ษณะลอยโด่งขึ้นไป แล้วย้อยตกลงมาหาตัว
9.การโหม่งลูก
ทักษาะการโหม่งบอล นอกจากจะใช้ในการโหม่งทาประตูแล้ว การโหม่งบอลยังใช้เพื่อโหม่งสกัดผู ้ เล่นฝ่ ายตรงข้ามได้ดว้ ย
การฝึ กโหม่งบอลสามารถทาได้โดยจับคู่กบั เพื่อนร่ วมทีมแล้วฝึ กด้วยกัน
โดย
เริ่ มแรกให้เริ่ มจากการฝึ กโหม่งสกัดก่อน การโหม่งที่ถูกวิธีน้ นั จะต้องเกร็ งคอและโหม่งให้ลูกฟุตบอลโดน บริ เวณหน้าผาก และในเวลาที่กระโดดเทคตัวขึ้นไปบนอากาศจะต้องเกร็ งในส่ วนของแผ่นหลังด้วย และ ในขระขึ้นโหม่งให้กางแขนออกเพื่อป้ องกันตัวเองจากฝ่ ายตรงข้ามที่เข้ามาเพื่อจะกระโดดโหม่งแย่งลูก เช่นกันและยังเพื่อรักษาสมดุลของร่ างกายตอนกระโดดลอยตัวอยูบ่ นอากาศด้วย
จากนั้นหันหัวไปตาม
ทิศทางที่ตอ้ งการโหม่งบอลและอยากให้ลูกฟุตบอลพุง่ ไป ส่ วนการโหม่งทาประตูก็ใช้วธิ ี ที่คล้ายๆ กันแต่ ต้องฝึ กความแม่นยาในการโหม่งและควบคุมทิศทางเพื่อให้พงุ่ เข้าประตูได้
10.การหยุดบอลด้วยฝ่ าเท้า
การหยุดบอลด้วยฝ่ าเท้า เป็ นการหยุดที่ง่ายที่สุดลูกเรี ยดที่กลิ้งเข้ามาหา ยืนทรงตัวให้ดีพร้อมกับยืน่ เท้าออกไปข้างหน้าแล้วใช้ฝ่าเท้าหยุดบอล
11.การรับลูก (ของผูร้ ักษาประตู)
การพุง่ รับมักหรื อพุง่ ปั ดมักจะใช้ในยามที่ลูกบอลมาด้วยความเร็ วสู ง และกาลังจะเข้าประตู ผูร้ ักษา ประตูไม่สามารถยืดแขนหรื อยืดขาออกไปรับได้ทนั จึงต้องอาศัยการพุง่ การกระโดด เพื่อป้ องกันสกัดไม่ให้ ลูกเข้าประตูซ่ ึ งสาหรับคนที่ชอบดูการแข่งขันฟุตบอลก็คงจะเห็นคุน้ ตากันดีอยูแ่ ล้วนะครับ การพุง่ รับแบบ สุ ดตัวเป็ นผลพวงของการฝึ กซ้อมกันอย่างหนักและมันไม่ง่ายเลยสาหรับมือใหม่ที่อาจจะบาดเจ็บได้
12.การยิงด้วยข้างหวังเท้า
การหยุดลูกโดยใช้หลังเท้าข้างนอกตรงด้านนิ้วก้อยหรื อรับลูกที่มาทางด้านข้าง เช่นทางขวาและจะ เล่นต่อไปทางขวา โดยไม่ตอ้ งเสี ยเวลาหมุนตัวหาทิศทาง แต่โอกาสที่เล่นพลาดมีได้ง่าย ควบคุมลูกไว้ยาก เพราะลูกมักจะกระดอนไปไกล
13.การพลิกตัว
การพาลูกบอลไปด้วยการใช้เท้าทั้งสองเข้าสลับกัน จะเป็ นการเดินหรื อวิง่ ก็ตาม เราสามารถที่จะไป ได้ตามทิศทางที่ตอ้ งการ ช้า เร็ ว หรื อหลบหลีกด้วยการใช้เท้าทั้งสองข้างบังคับลูก รวมทั้งการหลอก ล่อ ป้ องกันหรื อเพื่อการพาไปยิงประตู
14.การบังบอล
เป็ นส่ วนประกอบและเทคนิ คที่สาคัญสาหรับการครอบครองลูกฟุตบอล เพื่อไม่ให้คู่ต่อสู ้แย่งลูก ฟุตบอลจากเรา โดยให้ผฝู ้ ึ กซ้อมใช้ร่างกายของตนเอง อยูต่ รงกลางระหว่างลูกฟุตบอล กับผูเ้ ล่นฝ่ ายตรงข้าม ที่พยายามแย่งการครอบครองบอลเราอยู่
15.การส่ งลูกด้วยข้างเท้าด้านนอก
ตามองไปยังทิศทางที่พาลูกไป หรื อชาเลืองดูลูกบอลเป็ น ครั้งคราว ใช้เท้าด้านนอกทั้งเท้าซ้ายและเท้าขวาหรื ออาจจะใช้ขา้ งเท้า ด้านในและด้านนอกช่วยในบ้างโอกาส เขี่ยลูกบอลไปข้างหน้าเบา ๆ แล้วจึงตามลูกไป ให้น้ าหนักตัวโน้มไปข้างหน้า เข่าอยูเ่ หนือลูก ปลายเท้าบิด เข้าข้างในเล็กน้อย ในขณะที่เขี่ยลูกควรวิง่ ด้วยปลายเท้าเพื่อสะดวกต่อการเขี่ยลูก
16.การยกลูก
การยิงประตูเป็ นการฝึ กสื บเนื่องมาจากการส่ งและการเตะลูกบอล แต่การยิงประตูตอ้ งเพิม่ แรง เหวีย่ ง แรงดีดขณะเข้าปะทะลูกบอลมากกว่าเดิมในการยิงประตู
17.การเข้าสกัดลูก
ให้ฝึกด้วยการหาเพื่อนมาหนึ่งคนแล้วให้เพื่อนเลี้ยงบอลผ่านเราไปให้ได้ ส่ วนตัวเราก็ให้พยายามยืน ประคอง โดยรักษาระยะห่างไม่ให้ใกล้หรื อไกลเกินไป จากนั้นคอยสังเกตหาจังหวะช่วงที่เพื่อนนั้นเลี้ยงบอล ห่างออกจากเท้าให้กะจังหวะแล้วรี บเอาขาตัดบอลออกทันที หรื อจะใช้ขากันพันแข้งพันขาเพื่อนไว้ให้หลุด ออกจากบอล นอกจากนี้ยงั ต้องคอยสังเกตทิศทางที่เพื่อนจะเลี้ยงบอลหลบด้วยเพราะในจังหวะนี้คือช่วงที่ บอลจะห่างจากตัวมากที่สุดเพราะต้องเตะบอลหนีเราที่กาลังดักสกัดอยู่
18.การยิงด้วยข้างเท้าด้านใน
1.ให้ใช้สายตาชาเลืองดูที่ลูกบอล 2.ใช้ขา้ งเท้าด้านใน (ลูกแป) สัมผัสลูกบอลเบาๆ 3.การพาลูกบอลให้เคลื่อนที่ไปนั้นต้องสัมผัสเบาๆ ไม่ใช่การเตะและลูกบอลต้องห่างตัวไม่เกิน 1 ก้าว 4.ให้ใช้ขา้ งเท้าด้านในทั้ง 2 ข้างสัมผัสสลับกันไป 5.ในขณะที่เลี้ยงลูกบอล ต้องไม่เกร็ งตัวหรื อส่ วนต่างๆ โดยเฉพาะเอวต้องอ่อน
19.การเบียดคู่ต่อสู ้
ตาจดจ้องอยูท่ ี่ลูกฟุตบอลเพียงอย่างเดียว อย่าไปดูวา่ เขาสับขากี่ที ท่าทางสวยงามไหม เร็ วเท่าเราหรื อ เปล่า .. การยืนต้องยืนด้วยปลายเท้า ห้ามยืนเต็มฝ่ าเท้าโดยเด็ดขาด เพราะการยืนด้วยปลายเท้าจะสามารถทาให้การ เคลื่อนที่ ทาได้รวดเร็ ว ... การยืนเต็มเท้าจะทาให้เราออกตัวช้า.. .. ทีน้ ีก็เหลือเพียงแค่วา่ เขาเลี้ยงไปทางไหน ซ้ายหรื อขวา เราก็อาศัยหลักเหลี่ยมการเบียดบัง เดาทาง จิ้มบอล ทิ้ง สไลค์ เตะสกัด อันนี้ก็ข้ ึนอยูก่ บั เวลาและโอกาสครับ
20.การหลอกคู่ต่อสู ้
การสับขาหลอกเป็ นเทคนิคการเลี้ยงบอลหลบที่ใช้กนั อย่างแพร่ หลายมาก นักเตะหลายคนก็นิยมท่านี้ มาก วิธีการทานัน่ คือเมื่อเลี้ยงบอลเข้าจู่โจมฝ่ ายตรงข้ามแล้ว ทาให้การสับขาหลอกด้วยการ ก้าวข้ามบอลเป็ น วงกลมสลับไปสลับมา โดยใช้ขาทั้ง 2 ข้าง หรื อจะใช้ขา้ งเดียวก็ได้ เพื่อหลอกให้ฝ่ายตรงข้ามเสี ยจังหวะ ก่อนที่จะกระชากบอลไปในทิศทางที่เหมาะสมเพื่อหลบคู่ต่อสู ้