Data Loading...
มารยาทชาวพุทธ Flipbook PDF
มารยาทชาวพุทธ
121 Views
31 Downloads
FLIP PDF 1.05MB
มารยาท ของ พุทธศาสนิกชน
มารยาทชาวพุทธ ? กิริยาวาจาที่ถือว่าสุภาพเรียบร้อยและงดงามที่ชาวพุทธพึงประพฤติ ปฏิบัติต่อกัน เราเป็นชาวพุทธควรศึกษาเรียนรู้เรื่องมารยาท ชาวพุทธ เพื่อจะได้ปฏิบัติต่อกันด้วยมารยาทที่ดีงามทั้งทางกาย และทางวาจา
การต้อนรับ หรือ “ปฏิสันถาร” เป็นการแสดงความเอื้อเฟื้อ ของผู้เป็นเจ้าของบ้านต่อผู้ที่มาเยือน 1
การต้อนรับด้วยวัตถุสงิ่ ของ (อามิสปฏิสนั ถาร) เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ตามแต่ความเหมาะสมของแขกผู้มาเยี่ยมเยือนและผู้เป็นเจ้าบ้านที่สามารถจะ กระทาได้ ถ้าเป็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงที่สนิทก็จะชวนรับประทานอาหาร หากแขกเดินทางมาจากที่ไกลก็ชวนให้ค้างคืนที่บ้าน ซึ่งการต้อนรับวิธีนี้เป็น ธรรมเนียมที่คนไทยปฏิบัติกันมาช้านาน
2
การต้อนรับด้วยธรรม (ธรรมปฏิสันถาร) คือ การต้อนรับแขกผู้มา เยี่ยมเยือนด้วยการกล่าวธรรมให้ฟังหรือแนะนากันในเรื่องที่ดี ด้วยคาพูด ที่น่าฟัง ทักทายแขกด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและเชื้อเชิญให้เข้ามานั่งในบ้านด้วย ความยินดี
1 ไม่สร้างความลาบากให้แก่เจ้าบ้าน 2 แม้จะเป็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนสนิท ไม่ควรพักอยู่นานหลาย ๆ วันโดยไม่เคยเสนอความ ช่วยเหลือแก่เจ้าของบ้านเลย 3 ไม่ควรเพิ่มภาระโดยพาเด็ก ๆ หรือสัตว์เลี้ยง หรือชวนเพื่อนไป โดยทางฝ่ายเจ้าบ้านไม่ได้เชื้อเชิญ 4 ควรปฏิบัติต่อเจ้าของบ้านด้วยความเกรงใจและขอบคุณที่มุ่งให้บางสิ่งบางอย่างตอบแทน 5 ถ้าเป็นไปได้ควรนาของขวัญที่เหมาะสมไปให้ แต่ทั้งนี้ต้องแล้วแต่โอกาส 6 เมื่อได้เวลาควรกลับ ไม่ควรอยู่นานจนเจ้าของบ้านเกิดความอึดอัดใจ และเมื่อกล่าวอาลา ควรกล่าวขอบคุณที่ได้ให้การต้อนรับ
การลุกขึน้ ยืนรับพระสงฆ์ เป็นการแสดงความเคารพต่อพระสงฆ์วิธีหนึ่ง ในกรณีที่พระสงฆ์เดินทางมาถึงงานพิธีต่าง ๆ ซึ่งปฏิบัติตนดังนี้ 1. ถ้านั่งเก้าอี้ ให้ลุกขึ้นยืนรับ เมื่อพระสงฆ์เดินมาถึงตรงหน้าให้น้อมตัวลงยกมือไหว้ เมื่อ ท่านนั่งแล้ว จึงจะนั่งลงตามเดิม 2. ถ้านั่งอยู่กับพื้น ไม่ต้องลุกขึ้นยืนรับ เมื่อพระสงฆ์เดินมาถึงตรงหน้าให้ยกมือขึ้นไหว้หรือ กราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ ตามแต่ความเหมาะสมของสถานที่นั้น ๆ
การให้ทนี่ ั่งแด่พระสงฆ์ เป็นการแสดงความเคารพและเอื้อเฟื้อต่อท่าน ซึ่งปฏิบัติได้ดังนี้ 1. เมื่อพระสงฆ์มาร่วมงานในงานพิธีใด ๆ ถ้าพิธีนั้นมีเก้าอี้ ต้องลุกขึ้นเพื่อให้พระสงฆ์นั่ง เก้าอี้แถวหน้า แต่ถ้านั่งพื้นควรจัดอาสนะหรือปูอาสนะเล็ก ให้พระสงฆ์แต่ละรูป 2. ถ้าต้องนั่งเก้าอี้แถวเดียวกับพระสงฆ์ ผู้ชายควรนั่งทางซ้ายมือของพระสงฆ์ ส่วนผู้หญิง ต้องมีผู้ชายนั่งคั่นระหว่างกลาง
การเดินสวนทางกับพระสงฆ์ 1. หลีกชิดเข้าทางด้านซ้ายมือ 2. ยืนตรงเท้าชิด มือทั้งสองกุมประสานไว้ข้างหน้า แล้วหันมาทางพระสงฆ์ 3. เมื่อพระสงฆ์เดินมาถึงตรงหน้าให้น้อมตัวลง ยกมือไหว้ 4. ถ้าท่านพูดด้วย ให้ประนมมือคุยกับท่าน แต่ถ้าท่านไม่พูดด้วย ให้ลดมือกุมประสานไว้ ข้างหน้า เมื่อท่านเดินไปแล้วจึงเดินตามปกติ
การสนทนากับพระสงฆ์ 1. ถ้าพระสงฆ์เป็นพระเถระผู้ใหญ่ควรประนมมือพูดและรับคาพูดของท่าน 2. ไม่ควรพูดล้อเล่น พูดคาหยาบ ไม่นาเรื่องส่วนตัวไปเล่าให้ท่านฟังไม่ยกตนเสมอท่านคล้าย เพื่อนเล่น 3. หากจะนิมนต์ท่านไปเจริญพระพุทธมนต์ ควรใช้คาว่า นิมนต์ แทน เชิญ 4. สาหรับผู้หญิงแม้จะเป็นญาติกับพระสงฆ์ ก็ไม่ควรสนทนากับท่านสองต่อสอง ไม่ว่าจะที่ลับหรือที่แจ้ง 5. เมื่อเสร็จธุระแล้วรีบลาท่านกลับ โดยนั่งคุกเข่ากราบแบบเบญจางคประดิษฐ์แล้วเดินเข่า ออกไป
การรับสิง่ ของจากพระสงฆ์ 1. ถ้าพระสงฆ์ยืนหรือนั่งอยู่บนที่สูง ควรปฏิบัติดังนี้ เดินเข้าไปหาด้วยอาการสารวม เมื่อใกล้พอสมควร ให้ยืนตรงแล้วน้อมตัวลงไหว้ ผู้หญิงให้ก้าวเท้าขวาไป ผู้ชายให้รับของจากมือ ข้างหน้า แล้วแบมือ คอยรับของที่พระสงฆ์จะ พระสงฆ์โดยตรง ปล่อยลงมาที่มือ
การรับสิง่ ของจากพระสงฆ์ 2. ถ้าพระสงฆ์นั่งเก้าอี้ ควรปฏิบัติดังนี้ 1. ผู้ชายให้เดินเข้าไปหาด้วยอาการสารวม เมื่อเข้าใกล้พอสมควร ให้ยืนตรงก้าวเท้า ขวาออกไปแล้วคุกเข่าซ้ายลง ชันเข่าขวาขึ้น น้อมตัวลงยกมือไหว้ แล้วยื่นมือออกไปรับสิ่งของ ถ้าสิ่งของเล็ก ก็ให้น้อมตัวลงไหว้พร้อมกับสิ่งของในมือ แต่ถ้าสิ่งของใหญ่ ให้วางสิ่งของนั้น ข้างตัวทางซ้ายมือ แล้วน้อมตัวไหว้ จากนั้นยกสิ่งของนั้นพร้อมลุกขึ้นยืนตรงแล้วหันหลังกลับ เดินตามปกติ
การรับสิง่ ของจากพระสงฆ์ 2. ถ้าพระสงฆ์นั่งเก้าอี้ ควรปฏิบัติดังนี้ 2. ผู้หญิงให้นั่งเช่นเดียวกับผู้ชาย แล้วแบมือรอรับสิ่งของที่พระสงฆ์จะปล่อยใส่มือ เมื่อรับแล้วให้นั่งท่าราบ วางสิ่งของไว้ด้านซ้ายมือ แล้วยกมือไหว้ แต่ถ้าสิ่งของนั้นหนัก พระสงฆ์จะวางไว้ด้านหน้า ให้หยิบสิ่งของนั้นด้วยมือทั้งสอง วางไว้ด้านซ้าย แล้วยกมือไหว้ จากนั้นปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ชาย
การรับสิง่ ของจากพระสงฆ์ 3. ถ้าพระสงฆ์นั่งกับพื้น ควรปฏิบัติดังนี้ 1. ให้เดินเข้าไปหาด้วยอาการสารวม เมื่อเข้าใกล้อาสนะพอสมควร ให้นั่งคุกเข่า แล้วเดินเข่าเข้าไป สาหรับผู้ชายนั่งคุกเข่า สาหรับผู้หญิงนั่งท่าราบ กราบแบบเบญจางคประ ดิษฐ์ แล้วยื่นมือออกไปรับ ผู้ชายรับจากมือโดยตรง ผู้หญิงแบมือรอรับ
การรับสิง่ ของจากพระสงฆ์ 3. ถ้าพระสงฆ์นั่งกับพื้น ควรปฏิบัติดังนี้ 2. เมื่อรับแล้ว ให้วางสิ่งของนั้นไว้ซ้ายมือ แล้วกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ จากนั้นหยิบสิ่งของด้วยมือทั้งสองประคองขึ้น เดินเข่าถอยหลังไปจนสุดอาสนะแล้วลุกขึ้น หัน หลังกลับแล้วเดินตามปกติ
วัดเป็นสถานที่สงบและสะอาด อีกทั้งยังเป็นที่อยู่ของพระภิกษุสามเณร ดังนั้น ชาวพุทธจึงควรปฏิบัติตนต่อวัดด้วยความเคารพ สุภาพ และสารวม โดยปฏิบัติตน ให้ถูกต้องเหมาะสม ชาวพุทธคนใดที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมในบริเวณวัด จะทาให้มีผลกระทบต่อ พระพุทธศาสนา และทาให้เสื่อมเสียแก่ตนเอง
การแต่งกายไปวัด 1. เสื้อผ้าที่สวมควรใช้สีอ่อน ไม่ควรใช้สีฉูดฉาด ถ้ามีลายควรเป็นลายเรียบ ๆ เนื้อผ้าต้องไม่บางเกินไป 2. ไม่ควรสวมเสื้อผ้ารัดรูป ควรสวมเสื้อผ้าหลวมพอควร เพื่อความสะดวกในการ กราบไหว้พระ 3. หญิงไม่ควรนุ่งกระโปรงสั้นและแต่งหน้าทาผมจนเกินงาม ควรใส่กระโปรง หรือกางเกงที่ยาวพอควร และไม่ควรใส่น้าหอมที่มีกลิ่นรุนแรง เพราะอาจจะทา ให้ผู้อื่นไม่ชอบใจได้ 4. ชายควรแต่งกายเรียบร้อย ไม่ปล่อยชายเสื้อ ทรงผมควรตัดสั้นหรือหวีให้ เรียบร้อย
การแต่งกายไปร่วมงานมงคล งานมงคล คือ งานที่จัดให้มีขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคล ให้เกิดความสุข ความเจริญแก่ตนเอง และครอบครัว เมื่อชาวพุทธไปร่วมงานก็ควรจะแต่งกายให้ถูกต้องเหมาะสม
การแต่งกายไปร่วมงานมงคลให้ถูกต้องเหมาะสมของชาวพุทธ มีดังนี้ 1. ชายต้องสวมกางเกงขายาว เสื้อเชิ้ตแขนสั้นหรือแขนยาว ถ้าแขนยาวต้องติดกระดุมที่ แขนเสื้อ ห้ามปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกง สีของเสื้อผ้าควรเป็นสีเรียบ ๆ ไม่ฉูดฉาด 2. หญิงควรสวมกระโปรง ไม่ควรสวมกางเกง และควรใส่กระโปรงยาวเสมอเข่า เสื้อจะ แขนยาวแขนสั้นก็ได้แต่ไม่ควรใส่แขนกุด สีเสื้อควรเป็นสีที่สุภาพ
การแต่งกายไปร่วมงานอวมงคล งานอวมงคล คือ งานที่ทาในโอกาสที่ประสบสิ่งที่ไม่ปรารถนา เช่น งานสวดพระอภิธรรมศพ งานเผาศพ ซึ่งการแต่งกายไปงานอวมงคล นิยมการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดาหรือสีขาว ถ้า จาเป็นต้องแต่งสี ควรจะเป็นสีที่สุภาพ ไม่ใช้วัตถุแวววาวหรือเป็นเงินทอง ไม่ควรใส่ เครื่องประดับมากเกินควร เครื่องแบบข้าราชการ และเครื่องแบบนักเรียนสามารถใส่ได้
การแต่งกายไปร่วมงานอวมงคลให้ถูกต้องเหมาะสมของชาวพุทธ มีดังนี้ 1. ชายถ้าต้องแต่งเครื่องแบบปกติสีขาว หรือใส่เสื้อนอกต้องติดปลอกแขนไว้ทุกข์โดยติดที่ แขนเสื้อข้างซ้ายเหนือข้อศอก แต่ถ้าแต่งกายชุดไทยพระราชทาน ไม่ต้องติดปลอกแขนไว้ทุกข์ 2. หญิงนุ่งกระโปรงหรือผ้ายาวผ้าซิ่นประมาณครึ่งน่อง เสื้อคอไม่คว้านลึก และไม่ควรใส่เสื้อ ไม่มีไหล่ สีเสื้อผ้าควรเป็นสีดา
ทิศ 6 คือ บุคคลประเภทต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันทางสังคม มีหน้าที่ และความรับผิดชอบที่พึงปฏิบัติต่อกัน 1. ทิศเบื้องหน้า (ปุรัตถิมทิส) ได้แก่ บิดามารดา 2. ทิศเบื้องขวา (ทักขิณทิส) ได้แก่ ครูอาจารย์ 3. ทิศเบื้องหลัง (ปัจฉิมทิส) ได้แก่ บุตร ภรรยา 4. ทิศเบื้องซ้าย (อุตตรทิส) ได้แก่ มิตรสหาย 5. ทิศเบื้องล่าง (เหฏฐิมทิส) ได้แก่ ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาและลูกจ้าง 6. ทิศเบื้องบน (อุปริมทิส) ได้แก่ พระภิกษุ