Data Loading...

โครงงานวุ้นกะทิใบเตย23 Flipbook PDF

โครงงานวุ้นกะทิใบเตย23


245 Views
77 Downloads
FLIP PDF 582.8KB

DOWNLOAD FLIP

REPORT DMCA

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง วุ้นกะทิใบเตย จัดทาโดย 1.นางสาวเขมมิกา มีศรี 2.นางสาวชยาภา ผ่านชมภู 3.นางสาวพรประภา พลเยี่ยม 4.นางสาวพัชรา สุทธิประภา 5.นางสาวศศิประภา ลักษณะศรี

อาจารย์ที่ปรึกษา

คุณครู จุฬารัฐ โม้เปาะ นางทัศณี พลเยี่ยม นางวรรณี มีศรี

ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปีพุทธศักราช2561 วิทยาลัยเทคนิคสว่างแดนดิน อาชีวศึกษาสกลนคร สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

บทคัดย่อ วุ้นกะทิใบเตย ขนมไทยสีสันสดใสยิ่งนาไปแช่เย็นแล้วนามากิน อร่อยเพลินจนหยุดไม่อยู่ และรูปร่างของเจ้าตัววุ้นกะทิ ก็ เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย ตามไอเดียที่คนรุ่นใหม่คิดขึ้นมา เช่นเล่นเป็นสีหลากสี หรือ เป็นรูปสัตว์อย่าง พิมพ์รูปเป็ด แต่งแต้มสีสันให้ดูน่าทานมากยิ่งขึ้น วุ้นกะทิมีหลายสูตรมีทั้งการทาวุ้นกะทิในขั้นตอนที่เบสิค และดัดแปลงเป็นสีหรือรสชาติต่างๆ

บทที่ 1 บทนา 1.1ที่มาและความสาคัญของโครงงาน ■ วุ้นกะทิใบเตย วุ้นเป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรต วุ้นหรือที่ฝรั่งเรียกว่า "อะการ์” (agar)ซึ่งสกัดจากสาหร่าย โดยอาจมีลักษณะเป็นผง นอกจากนี้ยังมีชนิดอื่นๆ ที่อาจสกัดจากต้นไม้จุลินทรีย์ สาหร่าย ซึ่งก็มีชื่อเรียกยากๆ ต่างกันไป เช่น คาร์ราจีแนน (carrageenan) แซนแทนกัม(xanthangum) เป็นต้น วุ้นทาขนม มี ๒ ชนิดคือ ชนิดผงและชนิดเส้น ชนิดเส้นมีลักษณะคล้ายเชือกฟาง ขาวใสเส้นยาว แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับที่ทา แกงจืด วิธีการใช้ก็คือ ล้างด้วยน้า สะอาดให้หมดผงแล้วแช่น้า สักครู่ พอให้เส้นพองขึ้น แล้วนา ไปเคี่ยว ส่วนวุ้น ชนิดผงลักษณะเป็นผงสีขาวนวล บรรจุในถุงพร้อมใช้สะดวก กลุ่มของพวกเรามีความเร็งเห็นว่าวุ้นนั้นสามารถมา ทาขนมง่าย และใบเตยก็สามารถหาได้ง่ายตามท้องถิ่น กะทิก็หาซื้อได้ง่าย หรือจะคั้นน้ากะทิจากเนื้อมะพร้าวเพื่อลด ค่าใช้จ่ายจากการซื้อกะทิสาเร็จรูป พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถทา ให้ลูกๆรับประทานที่บ้านได้โดยไม่ต้อง ไปหา รับประทานที่ร้าน

1.2 จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า

1.2.1 เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง 1.2.2 เพื่อกระตุ้นให้สนใจค้นคว้า หรือประดิษฐ์ผลงานอันจะเป็นประโยชน์ต่อไป 1.3 สมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า การทาวุ้นสามารถทา ได้หลากหลายชั้น ตามที่ต้องการ 1.4 ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า

การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นที่ การนาใบเตยที่หาได้ง่ายตามบ้านเรามาทาเป็นวุ้น

1.5 ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง ■ ตัวแปรต้น น้าร้อน ■ ตัวแปรตาม ผงวุ้น ■ ตัวแปรควบคุม การเย็นตัวของวุ้นตามแบบของแม่พิมพ์

1.6 นิยามเชิงปฏิบัติการ ■ 1.วุ้น หมายถึง ของกินชนิดหนึ่ง ทาจากสาหร่ายทะเลเป็นต้น เมื่อนามาต้มแล้วทิ้งไว้ให้เย็นจะแข็งตัว มีลักษณะ ค่อนข้างใสและนุ่ม ใช้ทาเป็นของหวานบางอย่าง เช่นวุ้นกะทิ วุ้นน้าเชื่อม เรียกสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงเช่นนั้น เช่น เคี่ยวหนังหมูจนเปื่อยเป็นวุ้น ■ 2.กะทิ หมายถึง น้าที่คั้นออกจากมะพร้าวขูดโดยเจือน้าบ้างเล็กน้อย ■ 3.ใบเตย หมายถึง ใบเตย จัดเป็นไม้ยืนต้นพุ่มเล็ก ขึ้นเป็นกอ มีใบเป็นใบเดี่ยวเรียง สลับเวียนเป็นเกลียวจนถึงยอดใบ ลักษณะของเป็นทางยาว สีเขียวเป็นมัน ใบค่อนข้างแข็งมีขอบใบเรียบ

บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ประการ ดังนี้ 1.ความหมายของวุ้น 2.ความหมายของกะทิ

3.ความหมายของใบเตย

2.1 ความหมายของวุ้น

วุ้นเป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรต วุ้นหรือที่ฝรั่งเรียกว่า "อะการ์” (agar) ซึ่งสกัดจากสาหร่าย โดย อาจมีลักษณะเป็นผง นอกจากนี้ยังมีชนิดอื่นๆ ที่อาจสกัดจากต้นไม้ จุลินทรีย์ สาหร่าย ซึ่งก็มีชื่อเรียกยากๆ ต่างกันไป เช่น คาร์ราจีแนน (carrageenan) แซนแทนกัม(xanthangum) เป็นต้น วุ้นทาขนมมี ๒ ชนิด คือ ชนิดผงและชนิดเส้น ชนิดเส้นมีลักษณะคล้ายเชือกฟาง ขาวใสเส้นยาว แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับที่ทาแกงจืด วิธีการใช้ก็คือ ล้างด้วยน้าสะอาดให้หมดผงแล้วแช่น้าสักครู่ พอให้เส้นพองขึ้น แล้วนาไปเคี่ยว ส่วนวุ้นชนิดผงลักษณะเป็นผงสีขาว นวล บรรจุในถุงพร้อมใช้สะดวก

2.2 ความหมายของกะทิ กะทิได้จากมะพร้าว ขนมไทยนิยมใช้กะทิที่คั้นเองจากมะพร้าวขูดใหม่ๆ ถ้าคั้นกะทิจากมะพร้าวที่มีกลิ่นจะทาให้ กลิ่นของขนมเสีย ทั้งกลิ่นและรสอาจเปรี้ยว แก้ไขได้ยากไม่สามารถจะกลบกลิ่นของกะทิได้ แม้แต่นาไปตั้งไฟกวน มะพร้าว เมื่อซื้อมา ถ้ายังไม่ใช้ ควรเก็บในตู้เย็น หรือต้องคั้นเป็นกะทิทันที และทาให้ร้อนหรือให้สุกก่อนถ้าต้องการเก็บไว้ยังไม่ใช้ ทันที การคั้นมะพร้าวเพื่อให้ได้หัวกะทิ จะนวดมะพร้าวก่อนใส่น้าร้อนหรือน้าสุกแต่น้อยนวดน้าในมะพร้าวออกมาจะได้หัว กะทิข้นขาวในการทาขนมหวานโดยต้องการใช้หัวกะทิข้น ๆ เพื่อให้ขนมน่ารับประทาน ผู้ประกอบขนมหวานไทยจึงควรมี ความรู้เรื่องการคั้นมะพร้าวให้ได้กะทิที่ข้น

2.3ความหมายของ ใบเตย

ใบเตย (Pandanus,Fragrant Pandan,Pandom wangi) มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Pandanus amaryllifolius Roxb Linn.Palm อยู่ในวงศ์ PANDANACEAE เป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันมานานและนามาใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจาวันกันมาก เนื่องจากหาได้ง่ายในประเทศไทย ราคาถูก เป็นพืชที่ให้สีและกลิ่น ไม่เป็นพิษภัยในการ นามาประกอบอาหารและทาขนม ใบเตยมีสารต่างๆ อยู่หลายชนิดและมีสารหอมที่ให้กลิ่นด้วย จึงมีผู้สนใจที่จะนาใบเตยมา ใช้ประโยชน์กันมาก โดยทั่วไปจะนิยมเรียกว่า เตย แต่ในบางท้องถิ่นเรียกว่า หวานข้าวใหม่ (ภาคกลาง) ปาแนะวองิง (มาเลเซีย-นราธิวาส)

บทที่ 3 อุปกรณ์และวิธีทาการศึกษาค้นคว้า 3.1 วัสดุ/อุปกรณ์ 3.1.1 วัสดุ/วัตถุดิบ

1. ผงวุ้น - ใบเตย 1 กา 2. น้าตาลทราย 1 ถ้วย 3. น้าเปล่า

1 เหยือก

4.น้ากะ ทิ

1 กล่อง

5.เกลือ

1 ช้อนชา

3.1.2 วัสดุที่ใช้ในการทดลอง

1.เตาแก๊ส 2.ถ้วยพิมพ์ 3.หม้อ 4.ทัพพี

5.ช้อนหยอดวุ้น

3.2 วิธีทา ■ STEP 1 :

ทาวุ้นใบเตย - นาใบเตยหั่นชิ้นปั่นกับน้าให้พอละเอียด แล้วกรองน้าใบเตยด้วยผ้าขาวบางและกระชอนตาถี่เพื่อให้ได้ น้าใบเตยเข้มข้น

- นาน้าใบเตยไปตั้งไฟ ใส่ผงวุ้น คนจนผงวุ้นละลายจนหมด จึงจะใส่น้าตาล คนจนน้าตาลละลาย - เทใส่พิมพ์ ช้อนฟองออกเพื่อให้หน้าของวุ้นเรียบ นาไปพักอุณหภูมิห้อง หรือตู้เย็นเพื่อให้วุ้นเซต ตัว

■ STEP 2 :

วุ้นกะทิ - ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่กะทิและน้าลงไป ใส่ผงวุ้น คนจนผงวุ้นละลายจนหมด จึงจะใส่น้าตาลและ เกลือ คนจนละลาย - นาไปเทใส่บนวุ้นใบเตยที่เซตตัวแล้ว ช้อนฟองออกเพื่อให้หน้าของวุ้นเรียบ นาไปพักให้เย็นลงใน ตู้เย็นเพื่อให้วุ้นเซตตัว ■ STEP 3 :

จัดเสิร์ฟ - เมื่อวุ้นแข็งและเซตตัวแล้ว นาจัดใส่แพ็คเก็จเตรียมทานหรือจัดหน่ายได้

1

2 1

1

3 30

2

บทที่ 4 ผลการศึกษาค้นคว้า 4.1 ผลการหาค่าอัตราส่วนของชาวบ้านที่ทดลอง ตารางที่ 4.1 ผลการหาค่าอัตราส่วนของชาวบ้านที่ทดลอง

1

5

50%

2

5

50%

10

100%

จากตารางที่ 4.1 พบว่า ชาวบ้านที่ทดลองทั้งหมด 10 คน เป็นเพศชาย 5 คน คิดเป็นร้อยละ 50% เป็นเพศหญิง 5 คน คิดเป็นร้อยละ 50%

4.2 ระดับความพึงพอใจของชาวบ้านต่อวุ้นกะทิใบเตย ระดับ 5 ความพึงพอใจมากที่สุด ระดับ 4 ความพึงพอใจมาก ระดับ 3 ความพึงพอใจปานกลาง ระดับ 2 ความพึงพอใจน้อย ระดับ 1 ความพึงพอใจน้อยที่สุด

ตารางที่ 4.2 ระดับความพึงพอใจของชาวบ้านต่อวุ้นกะทิใบเตย

5 1

4

3

2

1

/

2

/

3

/

4

/ 5

จากตารางที่ 4.2 พบว่าชาวบ้านมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุดจานวน 2 ข้อ คือ รสชาติและกลิ่น,วัตถุดิบในการใช้ และชาวบ้านมี ความพึงพอใจในระดับมากจานวน 1 ข้อ คือ เนื้อสัมผัสของวุ้น มีความพึงพอใจในระดับปานกลางจานวน 1 ข้อ คือ แพ็คเก็จในการใช้

บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผลการศึกษา การจัดโครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง วุ้นกะทิใบเตย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้ และเพื่อศึกษาค้นคว้าและให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของ กะทิ และใบเตย นาความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้ ในการศึกษาครั้งนี้ได้ศึกษา ข้อมูลของวุ้นกะทิใบเตยเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการทาวุ้น

5.1 สรุปผลการศึกษา จากการศึกษาทดลองพบว่าวุ้นกะทิใบเตยสามารถทาได้ง่าย ระยะเวลาที่ใช้ในการทาไม่ถึง 1 วัน

คนที่มีเวลาว่างจากการทางานก็สามารถทากินเองได้ ปริมาณวัตถุดิบของวุ้นสามารถทาตามต้องการได้ วุ้นกะทิใบเตยสามารถนาไปจาหน่ายสร้างรายได้ให้แก่ตนเองได้ วุ้นกะทิใบเตยทาแล้วเก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายอาทิตย์

5.2 ผลการหาค่าอัตราส่วนของชาวบ้านที่ทดลอง

จากผลที่ชาวบ้านที่ทดลอง พบว่า ชาวบ้านที่ทดลองทั้งหมด 10 คน เป็นเพศชาย 5 คน คิดเป็นร้อยละ 50% เป็นเพศหญิง 5 คน คิดเป็นร้อยละ 50%

5.3 ระดับความพึงพอใจของชาวบ้านต่อวุ้นกะทิใบเตย หลังจากที่ได้ให้ชาวบ้านทดลองชิมวุ้นกะทิใบเตย พบว่าชาวบ้านมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุดจานวน 2 ข้อ คือ รสชาติและกลิ่น,วัตถุดิบในการใช้ และชาวบ้านมีความพึงพอใจในระดับมากจานวน 1 ข้อ คือ เนื้อสัมผัสของวุ้น มีความพึงพอใจในระดับปานกลางจานวน 1 ข้อ คือ แพ็คเก็จในการใช้

5.4ประโยชน์ที่ได้รับ 5.4.1. ทาให้ผู้คนหันมาให้ความสาคัญ ทาขนมรับประทานเอง 5.4.2. สามารถทา ขนมวุ้นเองได้ 5.4.3. นาวุ้นกะทิใบเตยมาทา ขายเป็นอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ 5.5 ข้อเสนอแนะ 5.5.1 ควรมีพิมพ์ใส่วุ้นหลายรูปแบบกว่านี้ 5.5.2 ควรเพิ่มกลิ่นต่างๆเพื่อชวนให้น่ารับประทานมากขึ้น

ภาคผนวก