Data Loading...
หนังสือพิมพ์ Flipbook PDF
สงครามครูเสท
118 Views
105 Downloads
FLIP PDF 1.4MB
PLANET
วันจันทร์ท่ี 1 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2564 ราคา 20 บาท
สงครามระหว่า งศาสนา ซึ่ง หมายถึง สงครามระหว่างชาวคริส ต์ต่างนิกายด้ว ย กันเอง หรือชาวคริสต์กบั ผูน้ บั ถือศาสนาอื่นก็ได้ แต่โดยส่วนใหญ่มั กหมายถึงสงคราม ครัง้ ใหญ่ระหว่างชาวมุสลิมและชาวคริสต์ ในช่วงศตวรรษที่ 11 ถึง 13
สงครามครั้ง นี เ้ ปิ ด โลกทัศ น์ข องชาว ยุโรปอย่างมากในเรื่องเกี่ยวกับ “โลก ตะวันออก” โดยเฉพาะความก้าวหน้า และเทคโนโลยี ซึ่ ง ยุโรปได้เ อาไปต่ อ ยอดพัฒนาต่อ หลั ง สงครามครู เ สดยุ ติ ล ง พ่ อ ค้า ยุโ รปประสบปั ญ หา การเดิ นเรือในเขตทะเลเมดิ เตอร์เรเนียน เพราะเมืองท่ า บางแห่ ง อยู่ ใ ต้อ านาจของ พวกมุ ส ลิ ม ที่ มี ค ติ ต่ อ ชาว ยุโรป อีกทัง้ ยังประสบปั ญหา การขยายการค้ากับดินแดน ตะวั น ออกเพราะต้อ งผ่ า น ดินแดนของพวกมุสลิม
ในสงครามศักดิ์สิทธิ์ หรือ “สงครามครู เสด” การสูร้ บที่มีฉากหน้า เป็ นเรื่องการแย่งชิงดินแดนอันศักดิส์ ิทธิ์ของฝ่ าย มีบคุ คลซึ่งเป็ นที่ จดจาในประวัตศิ าสตร์อยูม่ ากมาย
หน้า 2
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2564
สงครามครู เ สด เป็ นสงครามศาสนาระหว่างชาวคริสต์จ าก ยุโรป และ ชาวมุสลิม เนื่องจากชาวคริสต์ตอ้ งการยึดครองดินแดน ศัก ดิ์ สิ ท ธิ์ และ เมื อ งคอนสแตนติ โ นเปิ ลหรื อ เมื อ งอิ ส ตั น บู ล ประเทศตุร กี ใ นปั จ จุ บัน ในตอนเริ่ ม สงครามนั้น ชาวมุ ส ลิ ม ปกครองดินแดนศักดิส์ ิทธิ์อยู่ ดินแดนแห่งนีเ้ ป็ นสถานที่สาคัญของ สามศาสนาได้แก่ อิสลาม ยูได และ คริสต์ ในปั จจุบนั ดิน แดนแห่ง นีค้ ือ ประเทศอิส ราเอล หรือ ปาเลสไตน์ ชาวมุส ลิมครอบครอง เมืองนาซาเรธ เบธเลเฮม และเมืองสาคัญทางศาสนาอีกหลาย เมือง ในยุคของคอลีฟะหฺอุมัร (634-44) ซึ่งเป็ นผูน้ าทางศาสนา และการเมืองของอาณาจักรอิสลามในยุคนัน้
คือ การรุ กรานของชาวคริสต์ท่ีกระทาต่อมุสลิม สาเหตุสงครามเกิด จากการที่ชาวคริสต์ไม่พอใจชาวมุสลิมที่ไม่ตอ้ นรับพวกตนในการเข้า ไปแสวงบุญที่เยรูซาเล็ม ต่างฝ่ ายต่างมีเหตุผลข้ออ้าง อย่างนีเ้ ป็ นต้น
เนื่องจากคริสต์กลุ่มหนึ่งมีความเชื่อ กัน ว่า โลกนี จ้ ะถึง การอวสานเมื่ อ ครบ ค.ศ. 1000 และเชื่อว่าพระเยซู พร้อ มด้ว ยสาวกจะเสด็จ มาโปรด ชาวโลกในวัน นั้น พวกคริ ส เตี ย น จานวนมากจึงได้ละถิ่นฐานของตน เดินทางไปชุมนุมกันในปาเลสไตน์ เพื่อรอวันโลกแตก แต่เ มื่อถึ ง ค.ศ. 1000 โลกไม่ได้อวสานตามที่พวกนี ้ คิ ด ไ ว้ ป ระ กอ บกั บ พ วก คริ ส ต์ จ านวนมากไม่ ไ ด้รั บ การปฏิ บั ติ ด้ว ยดี จ ากพวกสัล ยู ก ซึ่ ง เป็ นผู้มี อานาจปกครองอยู่ในเวลานั้น ท า ให้พวกคริสเตียนนีเ้ มื่อกลับบ้านไป แล้ว ต่างพกเอาความเคียดแค้น ไป เล่าเรื่องแล้วแต่งเติมสิ่งที่ ได้ประสบ ในปาเลสไตน์ใ ห้ พ วกคริ ส เตี ย น ด้วยกันฟั ง มีคริสเตียนคนหนึ่ ง ชื่ อ ปิ เตอร์ เดอะ เฮอร์ มิ ต ได้ ป่ าว ประกาศข่าวเรื่องที่พวกคริสเตียนไป อยู่ในปาเลสไตน์เพื่อรอวันโลกแตก แล้วได้รบั การข่มเหงจากพวกสัลยูก
PLANET
คื อ สงครามไม้ก างเขน เดิ ม มาจากค าว่ า "ครอส" (Cross) และชาวคริสต์อา้ งว่าเดิมที ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เยรู ซ าเล็ ม นั้น เป็ น ของชาวคริ ส ต์ แต่ถูก ชาวมุ ส ลิ ม รุกรานแย่งชิงไป ฝ่ ายคริสต์จึงมีการประกาศความชอบ ธรรมในการทาสงคราม รวมทัง้ การยกหนีส้ ินให้กับคนที่ เข้าร่วมสงคราม ผูน้ าศาสนายัง ประกาศอีกว่า ผู้ ใดที่ ร่วมรบจะได้ขนึ ้ สวรรค์
สัลยูกเป็ นพวกตุรกีสายหนึ่ง กาลังรุ ่งเรืองอานาจ และมีอิทธิพลเหนือเคาะลีฟะฮ.ของอับ บาสิยะฮ. ในกรุงแบกแดด พวกนีป้ กครองประเทศปาเลสไตน์ และมีอาณาเขตคุกคามกรุ ง คอนสแตนติโนเปิ ้ล ซึ่งเป็ นศูนย์กลางของพวกคริสต์นิกายออร์ทอด๊อกซ์ ซึ่ งนิกายนีไ้ ม่ถูก กับนิกายคาธอลิค แต่เมื่อถูกคุมคามจากพวกสัลยูก จึงจาเป็ นต้องขอความช่วยเหลือจาก พวกคริ ส ต์นิ ก ายคาธอลิ ค ซึ่ ง โป๊ ปแห่ ง กรุ ง โรมเห็ น ว่ า เป็ นโอกาสดี ท่ี จ ะแผ่ อิ ท ธิ พ ล ครอบคลุมพวกคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ได้ จึงถือข้อนีเ้ ป็ นสาเหตุอนั หนึ่ งในการประกาศ สงครามครู เ สด เพื่ อ ท าลายหลัก การของคริ ส ต์นิ ก ายออร์โ ธดอกซ์ ให้ห มดสิ ้น ไ ป
หน้า 3
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2564
PLANET
พวกคริสต์ ในยุโรปขณะนัน้ ได้มีแนวความคิด เนื่องจากพวกสัลยูก คุมปาเลสไตน์และเอเชียน้อย ทาให้พวกอิตาลี เดินทางไป ร่ ว มกั น ว่ า พลเมื อ งทั่ ว ทั้ ง โลกนี ้ต ้ อ งนั บ ถื อ มหาสมุทรอินเดียไม่สะดวก พวกพ่อค้าแห่งเมืองเวนิสและเจนัวก็กาลังประสบ ศาสนาคริสต์ การเผยแพร่ศาสนาคริสต์ ถือ เป็ น ปัญหาในการค้าขาย จึงอยากให้มีสงครามขึน้ เพื่อพวกตนจะได้ทาการค้าคล่อง ครู เ สดประการหนึ่ ง ซึ่ ง พวกนี ้ไ ด้มี ก ารพิ ม พ์ เอกสารหรือหนังสือใส่รา้ ยศาสนาอื่น โดยเฉพาะ ศาสนาอิสลาม และได้กระทาต่อมานับร้อย ๆ ปี แม้ ห ลั ง จากสงครามครู เ สดแล้ ว ก็ ต าม ใน โรงเรียนต่าง ๆ ของพวกมิ ช ชั่นนารี จะมี ตารา เรี ย นหลายชนิ ด ให้ร ้า ยศาสนาอิ ส ลาม ทั้ง นี ้ เพราะพวกคริสต์พ่ายแพ้สงครามครูเสดในที่ สุด นั่นเอง ถึ ง แม้จ ะรบกันกว่า 150 ปี ซึ่ง เพิ่ง จะรู ้ ความจริงของอิสลาม และรูว้ า่ ถูกพวกคริสต์ดว้ ย กั น เองหลอกมาตลอด เมื่ อ ไม่ ก่ี ปี หลั ง จา ก สงครามโลกครัง้ ที่ 2 นี่เอง เพราะโลกได้มี การ ติดต่อกันอย่างกว้างขวางขึน้ มีการชุม นุมผูแ้ ทน ป ร ะ เ ท ศ ต่ า ง ๆ แ ล ะ พ บ ป ะ กั น ม า ก ขึ ้ น
หลัง จากที่ ป ล่ อ ยให้ฝ่ ายคริ ส ต์ค รองดิ น แดนศัก ดิ์สิ ท ธิ์ ไ ปได้ ระยะเวลาหนึ่ง ทางฝ่ ายมุสลิมก็เริ่มสะสมกาลังพล นาโดย นูรุด ดีน มะฮ์มูด บุตรของ อิมาดุดดิน ซังกี เป็ นกาลังสาคัญในการ ยึดเมืองอาเลปโป เมื่องเอเดสสา และอีกหลายเมือง แต่ไม่ ได้ เยรู ซาเล็ม ส่วนทางฝ่ ายคริสต์พวกขุนนางและอัศวินต่ างๆ ไม่ ค่อยให้ความร่วมมือมากนัก จะมีก็แต่พระเจ้าหลุยส์ท่ี 7 แห่ง ฝรั่งเศส และพระเจ้าคอนราดที่ 3 แห่งเยอรมันนี พระมเหสีเอเล เนอร์ แห่งอังกฤษ ที่เข้าร่วมไปกับกองทัพ แต่สงครามครัง้ นีฝ้ ่ าย คริสต์แพ้อย่างย้อยยับและต้องกลับบ้านด้วยความผิดหวัง
จักรพรรดิอเล็กเซียส คอมเมนุส ของจักรวรรดิไบเซนไทน์ หรือโรมันตะวันออกได้ถกู พวกเติรก์ ล้อมเมืองคอนสแตติโน เบิลเอาไว้ พระองค์เลยมีสาส์นไปถึงสมเด็จพระสันตะปาปา เออร์บนั ที่ 2 แห่งกรุงโรมเพื่อขอความช่วยเหลือ จะได้ให้ยก ทัพ ไปเยรู ซ าเล็ ม ด้ว ย ซึ่ ง พระองค์ไ ด้ใ ช้ก ารประชุม พระ ระดับสูง ที่ เกลอมองต์ ในฝรัง เศสในการประกาศเข้าร่ วม สงคราม โดยสมเด็จพระสันตะปาปาประกาศให้สงคราม ครัง้ นีเ้ ป็ น “สงครามตามปราถรนาของพระเจ้า” (God Wills It) หรือ “สงครามศักดิ์สิทธิ์ ” (Holy War) โดยกองทัพชาว คริสต์ประกอบไปด้วยกองทัพของปี เตอร์นักพรต กองทั พ จากฝรังเศส อังกฤษ บุยยอง ซึ่งทัง้ หมดเดินทางมาถึ งและ ลอมเยรูซาเล็มในวันที่ 15 กรกฏาคม ค.ศ. 1099 ซึ่งกองทัพ ของมุ ส ลิ ม ก็ พ ยายามต่ อ ต้า นอย่ า งหนัก แต่ ก็ ต ้า นทาน กองทัพของฝ่ ายคริสต์ไว้ไม่ไ ด้จึง พ่ายแพ้ไป แต่ ก็เป็ นครัง้ เดียวที่ฝ่ายคริสต์สามารถเอาชนะมุสลิมได้
หน้า 4
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2564
PLANET
ต่อมาเกิดปั ญหาภายในดามัสกัส นูรุดดีนได้ยกทัพไปยึดดามัสกัสเอาไว้ ซึ่งทาให้ คอลีฟะฮ์แห่งกรุ งแบกแดดประทานตาแหน่งให้เป็ น อัล มาลิก อัล อาดีล ต่อมาใน เดือนสิงหาคม ค.ศ. 1164 กองทัพของพวกแฟรงค์และกรีกซึ่ง เป็ นชาวคริสต์ไ ด้ โจมตีนูรุ ดดี น อย่า งหนัก แต่นูรุ ด ดี นก็ ส ามารถเอาชนะและยึด เมื อ งมาได้ และ พยายามเข้ายึดเยรูซาเล็ม ในปี ค.ศ. 1169 ซาลาดีน ได้เข้ารับตาแหน่งเป็ นอุปราช แห่ง กรุ งไคโร แห่งอี ยิปต์ ต่อมาปี ค.ศ. 1174 นูรุดดีนเสียชีววิตทาให้ซาลาดีนมี อานาจเด็ดขาดเหนื ออี ยิปต์ หิจ ญาซ และยะมัน ต่อมาในปี 1191 กองทัพ ฝ่ าย คริสต์นาโดยพระเจ้าฟิ ลิปป์ ออกุสต์ แห่งฝรั่งเศส และพระเจ้าริชาร์ด ใจสิงห์ แห่ง อังกฤษได้นาทัพมาต้านการรุ กคืบของซาลาดิน สงครามครัง้ นีม้ ีความพยายามใน การเจรจาสงบศึกกันหลายครัง้ จนในที่ สุด 2 กันยายน 1192 ทัง้ สองฝ่ ายได้ทา สัญญาสงบศึกถาวร และเยรูซาเล็มก็ตกอยูภ่ ายใต้การปกครองของมุสลิม
แรกเริ่มเดิมทีหวังจะยึดเยรู ซาเล็มกลับคืนมาจากฝ่ ายมุสลิม แต่หลังจากความล้ มเหลวของ สงครามครูเสดครัง้ ที่ 3 ทางยุโรปก็หมดความสนใจที่จะต่อต้านมุสลิม สมเด็จพระสันตะปาปา อินโนเซนต์ท่ี 3 มีพระประสงค์จะให้ทาสงครามครัง้ ใหม่ แต่ไม่มีกษัตริยใ์ นยุ โรปพระองค์ใดสน พระทั ย เพราะต่ า งก็ ติ ด พั น สงครามภายในอณาจั ก รของตัว เองอยู่ แต่ แ ล้ ว ในเดื อ น เมษายน 1024 ก็มีกองทัพครูเสดจากยุโรปตะวันตกได้เข้าไปบุกยึดกรุงคอนสแตนติโนเปิ ล อัน เป็ นเมืองหลวงของจักวรรดิไบเซนไทน์
สมเด็ จ พระสัน ตะปาปาโฮโนริ อุส ที่ 3 ทรง รวบรวมกองทัพนาโดย เลฌอโปลด์ท่ี 4 แห่ง ออสเตรี ย สมเด็ดพระเจ้าแอนดรู วท์ ่ี 2 แห่ง ฮังการี กองทัพเยอรมันนีนาโดยโอลิเวอร์ แห่ง โคโลญ ได้นาทัพไปบุกอียิปต์ แต่ก็พ ้ายแพ้ก ลับมา
พระเจ้า หลุย ส์ท่ี 9 แห่ ง ฝรั่ง เศส ได้พ ยายามท าการโจมตี อี ยิ ป ต์ แต่ พระองค์ถูกฝ่ ายมุสลิมจับตัวไว้ได้ และต้องให้ทางฝรังเศสส่ งเงินจานวน มากเพื่อไถ่ตวั กลับไป
เดือนกรกฏาคม 1270 พระเจ้าหลุยส์ท่ี 9 แห่งฝรั่งเศส ได้ยกทัพไปโจมตี ตูนิสเพื่อจะใช้เป็ นที่ม่ นั ในการโจมตีอียิปต์ต่อไป แต่การยกทัพไปแอฟริกา ในครัง้ นัน้ ต้องเจอกับโรคภัยต่างๆ พระเจ้าหลุยส์ท่ี 9 เองก็ทรงสวรรคตด้วย โรคท้องร่วง ส่วนทหารที่เหลือก็เจอกับโรคภัยต่างๆเช่นกัน ทาให้ตอ้ งยุติ สงครามกับตูนิสและไปไม่ถึงอียิปต์อย่างที่ตงั้ ใจ
สมเด็จพระจักรพรรดิ ฟรีด ริชที่ 2 แห่ง โรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ได้ทรงเสกสมรสกับ โยลันเดอ แห่งเยรู ซาเล็ม พระธิดาของ จอร์น แห่งบริแอนน์ ทาให้พระองค์อา้ ง สิ ท ธิ์ โด ย ชอบ ธรรมใ นการบุ ก ยึ ด เยรู ซาเล็ม แต่ระหว่างเดินทางเกิน โรค ระบาดเสียก่อนจึงต้องยกทัพกลับ
หน้า 5
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2564
PLANET
สงครามครั้ง นี ้ท างฝ่ ายคริ ส ต์มี ผู้น าทัพ หลายคนเช่ น สมเด็ จ พระเจ้า ชาร์ล ที่ 1 แห่ง เนเปิ ลส์ สมเด็จ พระเจ้า ฮิ วจ์ท่ี 3 แห่ง ไซปรัส เจ้า ชายเอ็ ดเวิร ด์ แห่ง อังกฤษ โบฮีมอนต์ท่ี 6 แห่งแอนติออค อบาคา ข่านแห่งมองโกเลีย และสมเด็จ พระเจ้าชาร์ลที่ 2 แห่งอาร์เมเนีย ส่วนทางฝ่ ายมุสลิมนาทัพโดย ไบบาร์ โดย สงครามครัง้ นีย้ ตุ ลิ งเมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาปิ อสุ ที่ 2 สวรรคตลงในปี 1464
1 . เ ปิ ด โ ล ก ทั ศ น์ ข อ ง ช า ว ยุ โ ร ป เกี่ ย วกั บ “โลกตะวั น ออก” โดยเฉพาะ คาวมก้าวหน้าและเทคโนโลยี เช่น การใช้ ดินปื นในการทาสงคราม ต่อมาชาวยุโ รป ได้นาความรู น้ ีไ้ ปพัฒนาเป็ นอาวุ ธปื นจน ทาให้ยโุ รปกลายเป็ นมหาอานาจของโลก 2.นักรบครู เ สดมาจากดินแดนต่างๆ ใน สัง คมของระบบฟิ วดัล ที่ ไ ม่มี โอกาสรู จ้ ัก โลกภายนอกมากนัก เมื่อได้พบปะเพื่ อน นักรบอื่นๆ จึงได้แลกเปลี่ยนทัศนคติและ องค์ความรู ต้ ่อกัน เปิ ดรับแนวคิด ใหม่ ซึ่ง เป็ นรากฐานของขบวนการมนุษย์นิยมที่ เติบโตในสมัยฟื ้ นฟูศลิ ปวิทยา 3.สงครามครู เ สดเปิ ด โอกาสให้ส ตรี ไ ด้ พั ฒ นาสถานะของผู้ น าในสั ง คมและ ชุมชน เนื่องจากสามีตอ้ งไปรบในสงคราม ส่ ง ผลให้ สั ง คมยอมรั บ ศั ก ยภาพและ ความสามารถของสตรีซ่งึ เป็ นพลังสาคัญ ส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคม
1.หลังสงครามครู เสดยุติลง พ่อค้ายุ โรป ประสบปัญหาการเดินเรือในเขตทะเลเมดิ เตอร์เรเนียน เพราะเมืองท่าบางแห่งอยู่ใต้ อานาจของพวกมุสลิมที่มีคติตอ่ ชาวยุโรป อีกทัง้ ยังประสบปั ญหาการขยายการค้า กั บ ดิ น แดนตะวั น ออกเพราะต้อ งผ่ า น ดินแดนของพวกมุสลิม ดังนัน้ ชาวยุโรปจึง ต้องพัฒนาเส้นทางทะเล โดยเฉพาะการ เดินเรืออ้อมแอฟริกาไปยังเอเชียที่ ประสบ ความสาเร็จในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15 2.การติด ต่อ กับ ตะวัน ออกกลางในช่ว ง สงครามครูเสดทาให้ชาวยุโรปรูจ้ กั บริโภค สินค้าและผลิตภัณฑ์จากตะวันออกกลาง เช่น ข้าว นา้ ตาล มะนาว ผลแอปริคอต และผ้าป่ านมัสลิน ซึ่ง กลายเป็ นสิ นค้าที่ ยุโรปนาเข้าเป็ นประจา
1.สงครามครู เ สดท าให้ค วามสัม พัน ธ์ ระหว่ า งยุ โ รปและโลกมุ ส ลิ ม เสื่ อ มลง เนื่องจากทัง้ สองฝ่ ายต่างมีอคติตอ่ กัน 2. จักรวรรดิไบแซนไทน์อ่อนแออย่างมาก จนไม่อ าจต้า นทานการรุ ก รานของพวก ออตโตมันเติรก์ และล่มสลายไปในที่สดุ 3.สงครามครูเสดมีผลให้ระบบฟิ วดัลของ ยุโรปเสื่อมลง เนื่องจากขุนนางและอัศวิน ซึ่งปกครองดูแลแมเนอร์ตอ้ งไปร่วมรบใน สงครามครูเสด
หน้า 6
วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2564
PLANET
ซอลาฮุดดีน เป็ นบุคคลหนึ่งที่ ได้รบั การกล่ า วถึ ง อย่ า งมากในสงคราม ดังกล่าว ทัง้ ในแง่นกั รบที่ย่ิงใหญ่ท่ีนา ชัย ชนะมาให้ก องทัพมุส ลิ ม รวมถึ ง ความเป็ น สุภ าพบุรุ ษ นัก รบที่ พ ร้อ ม หยิบยื่นนา้ ใจให้ศตั รู จนได้รบั การชื่น ชมและยกย่องจากทั้งชาวมุสลิมเอง ไปจนถึงชาวคริสเตียนอีกด้วย เศาะลาฮุ ด ดี น เกิ ด ในครอบครัว ชาว เคิร ด์ ในคืน ที่ เ ขาเกิ ด นัจ ญ์มุ ดดีน อัย ยูบ พ่อของเขาได้รวมคนในครอบครัว เดินทางไปยังเมืองอะเลปโปเพื่อไปรับ ใช้อิมาดุดดีน ซางกี ผูป้ กครองชาวเติรก์ ที่มีอานาจในซีเรียตอนเหนือ เขาเติบโต ในเมื อ งบะอัล บักและดามัส กัส แต่ ใ น ตอนเริ่มแรกนัน้ เศาะลาฮุดดีนให้ความ สนใจในเรื่องของศาสนามากกว่าการ ฝึ กฝนทางทหาร เขาเริ่มต้นอาชีพอย่ าง เป็ นทางการเมื่อได้เข้าไปเป็ นเจ้า หน้าที่ ของอะซัดดุด ดีน ชิ รกูห ์ ลุง ของเขาซึ่ง เป็ น ผู้บัญ ชาการทหารคนส าคัญ ของ เจ้าชายนูรุดดีนลูกชายและทายาทผู้สืบ อานาจต่อจากซางกี เศาะลาฮุดดีนได้ ประสบการณ์ใ นการรบระหว่ า งการ เดิ น ทางออกศึ ก สามครั้ ง ยั ง อี ยิ ป ต์ ภายใต้การนาของชิรกูหเ์ พื่อป้องกันการ รุกรานของพวกครูเสด
เขาจึ ง มี น โยบายส่ ง เสริ ม ให้มี ก าร เติบโตและแพร่ขยายสถาบันต่าง ๆ ของ มุ ส ลิ ม เขา ให้ ก าร อุ ป การ ะ นัก วิ ช าการและนั ก เผยแผ่ ค าสอน อิ ส ลาม ก่ อ ตั้ง วิ ท ยาลัย และมัส ญิ ด ส าหรับ คนเหล่ า นั้น และแนะน าให้ บรรดานักวิชาการเขียนงานวิชาการ ออกมาโดยเฉพาะเรื่ อ งการญิ ฮ าด ฟื ้ น ฟู ข วัญ ก าลัง ใจและสร้า งความ เชื่อมั่นให้เป็ นส่วนหนึ่งของชีวิตผูค้ น สงครามครัง้ นั้นสร้างความเสี ยหาย ให้ แ ก่ พ วกครู เสดอย่ า งหนั ก จน ก อ ง ทั พ มุ ส ลิ ม ส า ม า ร ถ เ ข้ า ยึ ด ราชอาณาจั ก รเยรู ซ าเลมได้เ กื อ บ ทัง้ หมด เมืองอัคเร, โตรอน, เบรุต, ไซ ดอน, นาซาเรท, ซี ซ าเรีย , นะบลุส , จาฟฟา และอัสคาลอนได้ตกเป็ นของ มุสลิมภายในสามเดือน
วันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1187 เศาะลาฮุด ดีนสร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่ พวกครู เสด เมื่อเมื องเยรู ซ าเลมซึ่ ง เป็ น เมื องส าคัญต่อทัง้ มุสลิมและคริ สเตียน ไ ด้ ย อ ม จ า น น ต่ อ ก อ ง ทั พ ข อ ง เ ข า หลัง จากที่ ตกอยู่ในมื อของพวกแฟรงก์ มาเป็ นเวลา 88 ปี ชาวเมื องเยรู ซ าเลม ได้รบั การปฏิบตั ิจากกองทัพของเศาะลา ฮุด ดี น อย่า งดี แ ละมี อ ารยธรรม ผิ ด กั บ เมื่อตอนที่พวกแฟรงก์เข้ามายึดครองซึ่ง ทาให้ชาวเมื องต้องถูกสัง หารหมู่ อย่า ง เหีย้ มโหดทารุณนับหมื่น ๆ คนหลังจากที่ กราศึกมาเป็ นเวลานาน ในที่สดุ เศาะลา ฮุ ด ดี น ก็ ม า ถึ ง จุ ด สุ ด ท้ า ย ข อ ง ชี วิ ต หลัง จากนั้น ครอบครัว ของเศาะลาฮุด ดี น ก็ ยั ง ปกครองอี ยิ ป ต์ แ ละแผ่ น ดิ น ใกล้เคียงต่อไปอีกไม่นานและในที่ สุดก็ ถูก พวกมัม ลู ก เข้า มายึ ด อ านาจต่อ ใน ค.ศ. 1250